นจะฝากความหวังเอาไว้กับพวกเขาไม่ได้เสียแล้ว
“พี่หญิงใหญ่ ตอนนี้พวกเราจะทำเช่นไรกันดี” หญิงสาวอีกคนจากตระกูลกัวมองกัวเพ่ยเพ่ยพลางเอ่ยถามขึ้น
สีหน้าของกัวเพ่ยเพ่ยก็ย่ำแย่เช่นเดียวกัน ไม่มีสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาแล้ว พลังยุทธ์ของพวกเขาก็ลดลงไปเกือบครึ่ง มีเพียงนางเท่านั้นที่เป็นจ้าววิญญาณ มนุษย์กลุ่มหนึ่งคิดจะต่อกรกับสัตว์อสูรวิเศษหลายร้อยตัว ก็ออกจะยากลำบากอยู่พอสมควร
“ดูเหมือนจะต้องหาหินแก้วผลึกมนตราออกมาก่อนจึงจะใช้ได้” เว่ยจือฉีพูด
“พวกเราอยู่ในหุบเขามานานขนาดนี้ยังไม่รู้สึก การจะหาหินแก้วผลึกมนตราออกมาในตอนนี้ก็ยากลำบากไม่น้อยเลยนะ” โอวหยางเฟยพูด
“ถึงอย่างนั้นก็ต้องหาให้พบอยู่ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “มีเพียงการหามันให้พบเท่านั้น สัตว์อสูรวิเศษจึงจะหยุดได้”
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก” หมัวซาถ่ายเสียงพูด “หินแก้วผลึกมนตราไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวในตอนกลางวัน พวกเจ้าแค่ต้านทานเอาไว้ให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปก็ใช้ได้แล้ว ค่อยตามหาหินแก้วผลึกมนตราในวันพรุ่งนี้ก็ได้”
“สัตว์อสูรเทพเหล่านั้นจะไม่กินหินแก้วผลึกมนตราไปหมดก่อนหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“หินแก้วผลึกมนตราเพียงแค่ทำให้สติรับรู้ของพวกมันไม่ชัดเจนเท่านั้