น มิได้ทำให้พวกมันเกิดความอยากอาหารหรอก” หมัวซาพูด
“เช่นนั้นก็ไม่ยาก!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“โยวเย่ว์ เจ้ามีวิธีหรือ” พวกเว่ยจือฉีเห็นสีหน้าของซือหม่าโยวเย่ว์จึงเอ่ยถามขึ้น
“พวกมันบอกว่าหินแก้วผลึกมนตรานี้จะแผ่ระลอกคลื่นออกมาในยามราตรีเท่านั้น ไม่เกิดขึ้นในตอนกลางวัน พวกเราแค่ต้านทานเอาไว้ให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปก็ใช้ได้แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“แต่ต้านทานเอาไว้ให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ” กัวเพ่ยเพ่ยมองไปนอกหุบเขาพลางเอ่ยว่า “สัตว์อสูรเทพมากมายถึงเพียงนี้แห่กันมา พวกเรามีกันทั้งหมดเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น…”
“ค่ายกลอย่างไรเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ใช้ค่ายกลก็พอแล้ว เจ้าไปพาคนของพวกเจ้ามาให้หมดสิ จือฉี พวกเจ้าไปสังเกตการณ์สถานการณ์ข้างนอกที ดูว่าอีกนานแค่ไหนสัตว์อสูรวิเศษจึงจะเข้ามาที่นี่ ข้าจะไปติดตั้งค่ายกลคุ้มกัน”
แม้ว่าเธอจะเคยติดตั้งค่ายกลคุ้มกันไปแล้วตอนที่พวกเขามาถึงที่นี่ แต่ก็มิได้ดีสักเท่าใดนัก จำเป็นต้องเริ่มติดตั้งใหม่อีกอันหนึ่งจึงจะใช้ได้
เธอหยิบศิลากลออกมา ทันใดนั้นก็ตีหน้าผากทีหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ข้าโง่เง่าถึงเพียงนั้นได้อย่างไรกัน!”
“ทำไมหรือ โยวเย่ว์” เป่ยกงถังเห็นเธอตี