ังนั้นตอนที่กัวเพ่ยเพ่ยถาม เธอจึงหลุดปากตอบออกมา กัวเพ่ยเพ่ยถามเช่นนี้ เหตุใดจึงดูเหมือนว่าตนเป็นคนหยาบโลนอย่างไรอย่างนั้น
“เป่ยกงร่างกายมิสู้ดีนัก ดังนั้นข้าจึงทำของบำรุงให้นางอยู่บ่อยๆ น่ะ” เธอชะงักไปเพียงแค่ชั่วครู่ จากนั้นจึงรีบกลบเกลื่อน
เป่ยกงถังกลอกตาใส่เธอ แต่ก็มิได้ทำให้เธอเสียเรื่องแต่อย่างใด
“ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง แม่นางเป่ยกงช่างโชคดีนักที่มีพวกเจ้าคอยดูแล” นางพูดพลางมองเว่ยจือฉีที่กำลังย่างเนื้อแทนที่เป่ยกง “ใช่แล้ว พวกเจ้ามิได้ใช้แซ่เดียวกันเลย คงมิใช่คนตระกูลเดียวกันหรอกกระมัง”
“มิใช่ แต่ก็ใกล้เคียงกับคนในครอบครัวเลยทีเดียว” เป่ยกงถังพูด “พวกเรารวมกลุ่มกันตั้งแต่อายุสิบห้าสิบหก ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาหกเจ็ดปีแล้ว ระยะเวลาที่พวกเราใช้ชีวิตร่วมกันมานี้ ยังใกล้ชิดสนิทสนมกันยิ่งกว่าคนในครอบครัวเสียอีก”
ยากนักที่เป่ยกงถังจะเอ่ยวาจาแสดงความรู้สึกเช่นนี้ออกมา ทำให้ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกไม่คุ้นชินอยู่บ้าง
“ช่างดีจริงๆ” กัวเพ่ยเพ่ยเอ่ยอย่างชื่นชม
ยากนักที่ตระกูลใหญ่อย่างพวกตนจะมีความรู้สึกเช่นนี้อยู่
“แม่นางกัว ดินแดนไร้กลิ่นอายเป็นดินแดนเช่นไรหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ดินแดนไร้กลิ่นอายเป็นหนึ่งใ