”
เธอมองหญิงสาวกระโปรงแดงที่ใช้แส้ชี้เธอก่อนหน้านี้พลางพูดว่า “คราวหน้าหากยังกล้าใช้แส้ชี้หน้าข้าอีก ก็ระวังกระโปรงเจ้าเอาไว้ให้ดีล่ะ! ข้าจะไม่ไว้ไมตรีเพียงเพราะว่าเจ้าเป็นหญิงงามแน่นอน! พวกเราไปกันเถิด”
พอพูดจบ พวกเขาจึงต่างคนต่างขี่สัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของตนเองไปจากหน้าผาแห่งนี้
รอจนพวกเขาจากไปแล้ว คนเหล่านั้นจึงตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก แล้วแต่ละคนจึงหยิบยาวิเศษขึ้นมากิน
“พี่ใหญ่ คนพวกนั้นเป็นใครกัน เหตุใดจึงมีสัตว์อสูรเทพมากมายถึงเพียงนั้นเล่า”
ชายหนุ่มที่นำหน้าซึ่งถูกทุบตีจนสภาพย่ำแย่เช่นกันเอ่ยว่า “พวกเขาล้วนมีสัตว์อสูรเทพระดับจ้าววิญญาณกันทุกคน ถ้าหากมิใช่ขุมอำนาจที่มาจากดินแดนโบราณ ก็เป็นไปได้เพียงแค่ไม่กี่ตระกูลเหล่านั้นในดินแดนแห่งนี้แล้ว”
“เมื่อครู่ข้าเห็นว่าในบรรดาพวกเขามีราชันวิญญาณอยู่สามคน ส่วนอีกสามคนล้วนเป็นระดับบรรพวิญญาณขั้นสูง แม้กระทั่งเด็กน้อยผู้นั้นก็ยังเป็นราชาวิญญาณเลย พวกเขายังดูอายุกระดูกไม่เท่าไหร่เอง แต่พลังยุทธ์กลับสูงส่งกว่าทางพวกเราเสียอีก” หญิงสาวสวมกระโปรงยาวสีเขียวมรกตพูด
อายุกระดูกนั้นเป็นสิ่งบ่งบอกวัยที่แท้จริงของคนผู้หนึ่ง ไม่เหมือนกับรูปลักษณ์ภายน