เอ่ยว่า “ถึงแม้ว่าข้าผู้นี้จะรู้จักรักษามารยาท แต่มิได้มีความอดทนมากนักหรอกนะ ในเมื่อพวกเจ้าไม่ยอมไปแจ้งให้ เช่นนั้นก็อย่าอยู่ที่นี่ต่อไปอีกเลย”
พอพูดจบร่างกายเธอก็ขยับไหว ได้ยินเพียงแค่เสียงดังปึงปังสองครั้ง ยามรักษาการณ์สองคนก็ลงไปกลิ้งอยู่บนพื้นเสียแล้ว
“เจ้าช่างบังอาจนัก!” ยามรักษาการณ์ผู้หนึ่งกุมทรวงอกพลางร้องตะโกน
ซือหม่าโยวเย่ว์คร้านจะสนใจเขา จึงยกเท้าก้าวเข้าไปยังสมาคมนักหลอมยา
“ซือหม่าโยวเย่ว์หรือ” น้ำเสียงสงสัยเสียงหนึ่งดังขึ้นขณะที่พวกซือหม่าโยวเย่ว์ผ่านเข้าไปยังลานเล็ก
ซือหม่าโยวเย่ว์มองไปตามต้นเสียง ก็เห็นหานโม่ผู้นั้นกำลังมองพวกเขาอยู่
หานโม่เดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นซือหม่าโยวเย่ว์จริงๆ จึงเอ่ยว่า “เจ้ามิได้มาเข้าร่วมงานประลองนี่”
“ตัวข้าไม่ได้มาอยู่ที่นี่เสียด้วยซ้ำ แล้วจะเข้าร่วมงานได้อย่างไรกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้ม “ข้าได้ยินมาว่าหลี่มู่เป็นศิษย์น้องของเจ้า ไปเรียกเขาออกมาทีสิ”
“เจ้ามาหาเขาด้วยเรื่องอันใดหรือ” หานโม่ถาม
“ข้ามาคิดบัญชีน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เจ้าจะยอมช่วยข้าเรียกเขาออกมาหรือไม่ ถ้าหากคนสมาคมนักหลอมยาของพวกเจ้าไม่ยินยอมกันหมด ข้าก็คงได