ซือหม่าโยวเย่ว์มองหมัวซา เขารู้ตัวตนของคนผู้นั้นด้วยหรือ
“เจ้าอย่ามองข้าเช่นนี้สิ ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าเขาคือใคร” หมัวซาพูด
“แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าพวกเรามีสายสัมพันธ์อันมิอาจแยกขาดจากกันได้” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เข้าใจ
“เดาเอาน่ะ” หมัวซาพูดอย่างปัดความรับผิดชอบ
เอ่อ…
เขาหัดมีอารมณ์ขันอันร้ายกาจแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ความจริงแล้วการที่เจ้าไม่รู้ตัวตนของคนผู้นั้นก็ถือเป็นเรื่องดีอยู่นะ แต่ก็เหมือนกับที่เขาบอกนั่นแหละ พวกเจ้าจะต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกันอยู่อย่างแน่นอน แต่สายเลือดนี้จะเกี่ยวข้องหรือไม่ข้าก็ไม่รู้ด้วยแล้ว” หมัวซาพูด “ตอนนี้สิ่งเหล่านี้ล้วนมิใช่ประเด็นสำคัญทั้งสิ้น เจ้าควรจะคิดเรื่องอื่นมากกว่า”
“นี่มิใช่ประเด็นสำคัญ เช่นนั้นประเด็นสำคัญคืออะไรเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“กลิ่นอายดำมืดในร่างกายเจ้าถูกคลายผนึกก่อนเวลาอันควร สิ่งนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของข้า” หมัวซาพูด “ตอนนี้พวกมันอยู่ในบ่อปราณของเจ้า ถ้าอยากให้พวกมันสมดุลกัน ก็ได้แต่คานพลังของพวกมันเอาไว้ให้เท่ากันแล้ว”
“ก็หมายความว่าตอนนี้ข้าไม่เพียงแต่จะต้องบำเพ็ญในบริบทของแสงสว่างเท่านั้น แต่ยังต้องบำเพ็ญในบริบทของ