ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มขมขื่น หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมาก็สัมผัสได้ว่าปราณวิญญาณภายในร่างไม่เสถียรเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะปราณวิญญาณสีดำที่เพิ่มขึ้นมากลุ่มนั้น ซึ่งคอยสู้กับปราณวิญญาณอื่นๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย
ก่อนหน้านี้หมัวซาก็เคยบอกว่าเมื่อใดที่กลิ่นอายของความสว่างและความมืดมาพบกัน ก็จะต้องช่วงชิงกันอยู่ภายในร่างกายของเธอ ถ้าหากไม่ระวังก็อาจอันตรายถึงร่างกายระเบิดได้
“ผู้อาวุโสมีวิธีใดบ้างหรือไม่” เธอถาม
“แสงสว่างและความมืดเป็นอริกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลแล้ว ตอนนี้ยังยัดความมืดและแสงสว่างใส่เอาไว้ในสิ่งเดียวกันอีก ผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นเช่นไร ยังต้องพูดอีกหรือ นอกจากเจ้าจะยอมล้างพื้นฐานการบำเพ็ญทิ้งทั้งหมด จะยังมีวิธีอื่นใดได้อีกเล่า” หมอกดำเอ่ย
“ล้างพื้นฐานการบำเพ็ญทิ้งอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ครุ่นคิดแล้วพูดว่า “ข้าล้างพื้นฐานการบำเพ็ญทิ้งไม่ได้หรอก”
“เช่นนั้นก็ไม่มีวิธีแล้วล่ะ” หมอกดำพูด “เช่นนั้นเจ้าก็รอคอยความตายอย่างช้าๆ ไปเถิดนะ วะฮ่าฮ่าๆๆ ข้าชอบดูคนรอคอยความตายที่สุดเลยละ ความรู้สึกนั้นมันช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก”
เออ…
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกว่าในใจของเจ้าคนผู้นี้ไม่ได้วิปริตแบบธรรมดาเสียแล้ว ตนไ