มีความแค้นต่อกัน
จู่ๆ เยี่ยสวินตี๋ก็ถามขึ้นมาว่า “ยามนี้มวลมนุษย์ก็มีเคราะห์ภัย เหตุใดเกาะจักรพรรดิยุทธ์จึงไม่ลงมือ”
ผู้เฒ่าความลับสวรรค์ปรายตามองเขาหนหนึ่ง กล่าวว่า “เจ้ารู้ได้เยี่ยงไรว่าเกาะจักรพรรดิยุทธ์ไม่ลงมือ ผู้แข็งแกร่งส่วนใหญ่ในเกาะออกไปเป็นกำลังหนุนแก่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว”
เจียงฉางเซิงได้ฟังก็กระจ่างในใจทันใด มิน่าเล่าเกาะจักรพรรดิยุทธ์จึงมีค่าแค่ห้าสิบล้านแต้มเซ่นไหว้ ที่แท้เป็นเพราะหลายปีมานี้ผู้แข็งแกร่งจำนวนมากได้ออกไปจากเกาะแล้ว และที่ที่พวกเขาออกไปก็ไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่ระบบจะประเมินได้ ฉะนั้นจึงไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้
เวลานี้จักรพรรดิยุทธ์ก็มีค่าแต้มเซ่นไหว้แค่หลักหมื่นแต้มเท่านั้น หรือจะเป็นจักรพรรดิยุทธ์คนใหม่ที่ขึ้นครองตำแหน่ง? จักรพรรดิยุทธ์คนก่อนตายในการต่อสู้ระหว่างอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กับเผ่าปีศาจ? เจียงฉางเซิงเกิดความคิดเชื่อมโยงกันขึ้นมา
ผู้เฒ่าความลับสวรรค์เอ่ยอย่างมีนัยสำคัญว่า “มรรคาจารย์ หากท่านมีปณิธานยิ่งใหญ่ เช่นนั้นจงปกครองต้าจิ่งแล้วเป็นฮ่องเต้เสียเองเถิด ทำให้ต้าจิ่งก้าวหน้าเร็วสักหน่อย หาไม่แล้วต้าจิ่งก็จะสูญเสียคุณสมบัติที่มีไป” พูดจบเขาก็หันหลังจากไป
เมื่อสัมผัสได้ว่าลมปราณของเขาไปจากเมืองหลวงอย่างรวดเร็วแล้ว เจียงฉางเซิงจึงได้หลับตาลงฝึกวิชาต่อ คำพูดของผู้เฒ่าความลับสวรรค์กลับทำให้ทุกคนความคิดปั่นป่วน มรรคาจารย์เป็นฮ่องเต้เ