“สัตว์อสูรยามหรือ” เจ้าไก่ฟ้ามองดูสัตว์อสูรวิเศษที่ถูกผนึกเอาไว้เหล่านี้พลางเอ่ยว่า “บางทีอาจจะใช่จริงๆ ปกติถูกผนึกเอาไว้ที่นี่ ถ้าหากมีคนกล้าแตะต้องค่ายกลเมื่อไหร่ ผนึกก็จะคลายออก พวกมันกำลังอารักขาค่ายกลอยู่”
เมื่อได้ฟังเขาวิเคราะห์แล้ว ซือหม่าโยวหลินก็รู้สึกว่าจะต้องเป็นเช่นนี้แน่
“ในเมื่อเป็นสัตว์อสูรยามเฝ้าค่ายกล แล้วพวกมันจะโจมตีพวกเราหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์มองสัตว์อสูรเหนือเทพเหล่านั้นพลางถามขึ้น
“น่าจะไม่หรอก ขอเพียงแค่พวกเราไม่โจมตีค่ายกล สัตว์อสูรยามเหล่านี้ก็ไม่มีทางตื่นขึ้นมาหรอก” เจ้าไก่ฟ้าพูด
“เช่นนั้นพวกเรารีบเดินกันดีกว่านะ ข้ารู้สึกอยู่ตลอดเลยว่าสัตว์อสูรยามเหล่านี้ดูโหตเหี้ยมยิ่งนัก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“อืม ไปกันเถิด”
ทั้งสามคนรีบเดินไปข้างหน้า เพียงไม่นานก็ผ่านสัตว์อสูรยามทั้งหลายไป แต่สิ่งที่พวกเขาไม่เห็นก็คือหลังจากที่พวกเขาจากไปแล้ว สัตว์อสูรเหนือเทพที่ถูกผนึกด้วยน้ำแข็งตนหนึ่งก็ลืมตาขึ้น จากนั้นจึงตามหลังพวกเขาอยู่นานพอสมควร จนกระทั่งไม่เห็นพวกเขาแล้ว ดวงตาคู่นั้นจึงหลับลงอีกครั้ง
ก่อนจะออกจากอุโมงค์ทางเดิน ซือหม่าโยวเย่ว์ก็หันมามองแวบหนึ่ง นัยน์ตาเจือแววสงสั