ังจากเสียงคำรามของสิ่งมีชีวิตที่ถูกสะกดเอาไว้ให้เขาฟัง หลังจากนั้นจึงเห็นไข่ของเพลิงชาดลุกไหม้ขึ้นมา จากนั้นชายหนุ่มเย็นชาและสง่างามผู้หนึ่งก็เดินออกมาจากกองเพลิง
“ใต้เท้า” เจ้าไก่ฟ้าคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพลางเอ่ยทักทายด้วยความเคารพ
“ลุกขึ้นเถิด” เพลิงชาดเดินเข้ามารับตัวซือหม่าโยวเย่ว์จากอ้อมแขนของซือหม่าโยวหลิน ก่อนจะคว้ามือเธอมาตรวจชีพจรดูอาการ
กระแสอบอุ่นขุมหนึ่งจากบริเวณที่ทั้งสองกุมมือกันไหลเข้าสู่ร่างกายของเธอ ปราณวิญญาณอันสับสนเหล่านั้นจึงค่อยๆ หยุดลงอย่างช้าๆ แล้วกลับไปยังบริเวณท้องน้อยของเธออย่างเชื่อฟัง ส่วนกลิ่นอายสีดำขุมนั้นก็ไหลเข้าไปภายในปราณวิญญาณแล้วสร้างบริเวณเล็กๆ ขึ้นมา
เพลิงชาดเห็นกลิ่นอายสีดำขลับนั้นแล้วจึงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกว่าร่างกายของตนคล้ายกับถูกฉีกทึ้งก็มิปาน ตลอดร่างปวดร้าวหาใดเปรียบ แต่เมื่อกระแสอบอุ่นขุมนั้นเข้าสู่ร่างกายแล้วความเจ็บปวดก็ค่อยๆ เลือนหายไปด้วย
เธอลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ก็เห็นใบหน้าหล่อเหลา ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเห็นเขามาก่อน แต่เธอก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาคือใคร
“เพลิงชาด…” เธอเรียกชื่อเพลิงชาดคำหนึ่ง เสียงนั้นเบาราวกับเป็นเพ