ทั่วทั้งลานประลองเงียบงันไปครู่หนึ่ง ในขณะที่หั่วจือเหยียน น่าหลานเจี๋ย และคนอื่นๆ กำลังคิดจะก้าวออกไปอยู่นั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็ร่อนลงมาบนสังเวียน
“ซางเฉียงหลี?”
หลังจากได้เห็นผู้ที่ขึ้นไปอย่างชัดเจนแล้ว ทุกคนต่างก็ตกตะลึงไม่น้อย
มิได้บอกว่าเขาพลังยุทธ์ไม่เพียงพอ แต่เขาเป็นผู้ที่ถ่อมตนที่สุดในบรรดาทุกคนแล้ว ถึงขนาดที่ไม่สนใจเรื่องอื่นใดนอกจากการฝึกยุทธ์ ต่อให้ผู้อื่นท้าเขาประลอง ก็ไม่แน่ว่าเขาจะรับคำท้า คิดไม่ถึงว่าเขาจะขึ้นไปเป็นคนแรก!
“พี่เฉียงหลีขึ้นไปได้อย่างไรกันน่ะ” ไม่ใช่แค่คนเหล่านี้เท่านั้นที่ตกตะลึง แม้กระทั่งคนตระกูลซางเองก็ยังแปลกใจอย่างยิ่ง
มีเพียงแค่คนที่อยู่ใกล้ซางเฉียงหลีที่สุดเท่านั้นที่รู้ เขาลูบคางพลางเอ่ยว่า “คงมิใช่เพราะเขาอยากสู้กับเจ้าเด็กนั่นสักยกหนึ่งหรอกกระมัง”
“เจ้าเด็กนั่น ใครกันหรือ” มีคนได้ยินคำพูดเขาจึงเอ่ยถามขึ้น
“ซือหม่าโยวเย่ว์” คนผู้นั้นพ่นออกมาสี่พยางค์
ผลปรากฏว่าบนสังเวียน ซางเฉียงหลีกวาดสายตามองไปรอบๆแล้วหยุดสายตาอยู่ที่ตระกูลซือหม่า เขามองซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยว่า “เจ้าอยากประลองกับข้าสักยกหนึ่งหรือไม่”
ทุกคนต่างตกตะลึงเขามิได้เลือกหั่วจือ