าหลานหลานพูด “ข้ายังมีธุระต้องไปทำ ไม่ว่างรำลึกความหลังกับเจ้าแล้ว”
พอพูดจบนางก็เดินเฉียดผ่านซือหม่าโยวเย่ว์เข้าไปในจัตุรัส
เมื่อเป่ยกงถังที่ติดตามอยู่ด้านหลังซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังบทสนทนาระหว่างคนทั้งสองแล้ว นางรอจนน่าหลานหลานจากไปก่อนค่อยเอ่ยขึ้น “เจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าน่าหลานหลานทำให้คนรู้สึกแตกต่างจากก่อนหน้านี้มาก”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเป่ยกงถังปราดหนึ่งแล้วถามว่า “เจ้าก็ค้นพบเช่นกันหรือ นางดูน่าเลื่อมใสมากใช่ไหมล่ะ”
“ถูกต้อง ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกันกับคนของตำหนักผู้วิเศษเหล่านั้นเลยทีเดียว อ้อ พอๆ กันกับศิษย์พี่ของเจ้าเลยละ” เป่ยกงถังพูด
ทั้งสองคนเดินไปพลาง พูดถึงความรู้สึกของตัวเองไปพลาง
“เจ้าอย่าพูดถึงศิษย์พี่ข้าเลย คนผู้นั้นเป็นคนน่าเลื่อมใสจอมปลอม” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แต่น่าหลานหลานดูคล้ายคลึงกับตอนที่เขาแสร้งทำอยู่บ้างจริงๆ เสียดายเพียงแค่นางยังมีชั้นเชิงไม่มากพอเท่านั้น ถึงแม้ว่าร่างกายจะแผ่กลิ่นอายเช่นนี้ออกมา แต่นางกลับมิได้ซ่อนเร้นแววตาของตัวเองเลย”
“คนทั่วไปมิได้มีสายตาแหลมคมเหมือนเจ้านี่” เป่ยกงถังพูด
“มีความเป็นไปได้ เจ้าว่าคนเหล่านั้นจะไม่รู้สึกว่านางสูงส่งจนมิอาจเอื้อมถึงได้หรอกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์หันไปมองแวบหนึ่ง น่าหลานหลานถูกคนกลุ่มหนึ่งรุมล้อมอยู่ ยามนางแย้มยิ้มให้พวกเขา กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างทำให้คนแทบอยากจะเข้าไปสักการบูชาอย่างห้ามไม่อยู่
เป่ยกงถังย่อมเห็น