ีเดียวล่ะ” โอวหยางเฟยพูด
“นางถูกพาตัวมาตั้งแต่เมื่อใดกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ได้ยินว่าตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน มาก่อนพวกเราปีหนึ่ง” โอวหยางเฟยเอ่ยตอบ
“ก็แปลว่านางมาถึงที่นี่ตั้งแต่ตอนพวกเรายังอยู่ที่เทือกเขาสั่วเฟยย่าแล้วสินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เหตุใดตลอดสองปีนี้จึงไม่เคยได้ยินข่าวคราวของนางเลยเล่า”
“เพราะก่อนหน้านี้นางถูกเก็บซ่อนมาตลอดเลยน่ะสิ เพิ่งปล่อยข่าวออกมาเมื่อไม่นานนี้เอง บางทีอาจเป็นเพราะร่างกายของนางถูกกระตุ้นแล้ว ถึงจะปล่อยออกมาได้กระมัง” โอวหยางเฟยคาดเดา
“พรืด…” ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังการอุปมาของโอวหยางเฟยแล้วหัวเราะออกมาในทันที
“ข้าได้ยินมาว่านางเคยลั่นวาจาว่าจะเอาชนะเจ้าให้ได้ เดิมทีคิดว่านางจะมาต่อสู้กับเจ้าในการประลองคราวนี้ แต่ปรากฏว่าเจ้าไม่เข้าร่วมเสียอย่างนั้น” โอวหยางเฟยพูด “ถ้าหากเจ้าเข้าร่วม การประลองคราวนี้จะเป็นบันไดก้าวสำคัญของเจ้าในการสร้างชื่อเสียงให้เลื่องลือทั่วดินแดนเลยล่ะ”
“ข้าเป็นเพียงลูกเลี้ยงของตระกูลซือหม่าเท่านั้น การเข้าร่วมการประลองเหล่านี้ไม่เหมาะสมนักหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “นอกจากนี้ข้ายังไม่สนใจจะสร้างชื่อเสียงให้เลื่องลือทั่วดินแดนเลยสักนิด ขี้เกียจไปเป็นลิงเป็นค่างให้คนเฝ้ามองน่ะ”
โอวหยางเฟยหัวเราะ เขาเข้าใจอุปนิสัยของเธอดี คำตอบเช่นนี้มิได้อยู่เหนือความคาดหมายเลย
เมื่อนึกถึงคำพูดของพวกอูหลิงอวี่ เธอจึงเอ่ยต่อไปว่า “โลกใบนี้กว้างใหญ่นัก