น่าหลานหลานคิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะถามคำถามนี้ออกมาตรงๆ จึงเผยสีหน้าตกตะลึง แต่หลังจากนั้นก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เขากับข้ามิได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกันอีกต่อไปแล้ว ถ้าหากเจ้าอยากรู้สถานการณ์ของเขา ก็กลับไปดูที่อาณาจักรตงเฉินสิ”
“ช่างเถิด ข้ากลัวว่ากลับไปแล้วจะถูกเขาตีตายน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์ยักไหล่ “จะว่าไปแล้วเจ้าควรขอบคุณข้านะ ถ้าหากมิใช่เพราะข้าค้นพบโดยบังเอิญแล้วปลุกเจ้าให้ตื่นได้ทันเวลา ตอนนี้เจ้าก็น่าจะยังถูกเขาขังอยู่ในหุบเขานั่นแหละ”
“ใช่ ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ ถ้าหากมิใช่เพราะเจ้า ข้าก็คงไม่มีทางทำใจออกจากสถานที่แห่งนั้นมาจนมาถึงที่นี่ได้ และได้พบพานเรื่องราวมากมายเช่นนี้” น่าหลานหลานพูด “มาถึงที่นี่แล้วข้าจึงค้นพบว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มิอาจนับเป็นสาระได้เลย ชีวิตของข้าเพิ่งเริ่มต้นตอนนี้ ดังนั้นข้าจะต้องขอบคุณเจ้าเป็นอย่างดีแน่”
“พูดได้ดีนี่” ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มเพียงแค่เปลือกนอก
“ได้ยินว่าตอนนี้เจ้าล้ำเลิศเป็นอย่างยิ่งแล้ว เดิมทียังคิดจะเรียนรู้ซึ่งกันและกันจากเจ้าสักหน่อย คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะไม่เข้าร่วมการประลอง ช่างน่าเศร้าเสียจริง” น่าหลานหลานพูดแล้วยังแสดงสีหน้าเสียใจเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย
“บางครั้งความเสียใจก็เป็นเรื่องงดงามเรื่องหนึ่ง เพราะหากถึงเวลาที่เจ้าค้นพบความจริงขึ้นมา เกรงว่าอยากจะร้องไห้ก็คงร้องไม่ออกแล้วละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“มีความเป็นไปได้” น่