มีใครกล้าพูดจาเช่นนี้มาก่อนเลย!” ชายหนุ่มผู้นั้นหัวเราะเสียงดังลั่น ผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลังของเขาก็หัวเราะไปพร้อมกันด้วย
“จริงหรือ เช่นนั้นวันนี้เจ้าก็ได้ฟังแล้วสินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ไม่ว่าวันนี้พวกเจ้าจะมาปล้นชิงตระกูลลู่ หรือคิดจะมาชิงตัวผู้หญิงของข้าก็เถอะ จงรีบไสหัวไปก่อนที่ข้าจะบันดาลโทสะดีกว่านะ!”
ชายหนุ่มผู้นั้นพรั่นพรึงกับกลิ่นอายของซือหม่าโยวเย่ว์ แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเจ้าถิ่นของที่นี่ เมื่อนึกถึงผู้หนุนหลังของตนจึงค่อยสงบลงแล้วเอ่ยว่า “เจ้าเด็กน้อย ข้าเป็นถึงลูกน้องของใต้เท้าหลี่มู่ เจ้ากล้าลงมือกับพวกเรา แล้วคิดจะรับมือกับใต้เท้าหลี่มู่เช่นไรเล่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองท้องฟ้าแล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อให้โอกาสแล้วพวกเจ้าไม่รับไว้ เช่นนั้นข้าก็จะสนองให้พวกเจ้าเอง!”
พอพูดจบ ร่างกายเธอก็วูบไหวแล้วมาถึงตรงหน้าพวกเขาตั้งแต่ตอนที่ทุกคนยังไม่ได้สติกลับคืนมา ก่อนจะยกเท้าขึ้นเตะคนเหล่านั้นออกไป
“โครม… โครม… โครม…”
คนเหล่านั้นถูกเธอเตะลอยกระเด็นกระแทกพื้นกันหมด แต่ละคนกุมท้องพลางร้องโอดโอย
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้าไปแล้วเหยียบบนท้องของผู้ที่เป็นหัวหน้าพลางเอ่ยว่า “ตอนนี้ข้ารังเกียจอยู่สองอย