ไปเลย!”
“ปากดีเสียเหลือเกินนะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์แค่นเสียงเฮอะอย่างเย็นชา
เธอและเป่ยกงถังเดินออกมา เมื่อหัวหน้าผู้นั้นได้เห็นก็ตาค้างไปในทันที น้ำลายจวนเจียนจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ
“วันนี้พวกเจ้าจะไม่มอบให้ก็ได้นะ แต่ต้องส่งตัวหญิงสาวผู้นั้นให้พวกเรา พวกเราก็จะยอมกลับไปแล้วให้เวลาพวกเจ้าไตร่ตรองกันอีกสักสองสามวัน”
“หยุดคิดไปได้เลย!” ลู่หมิงด่าทอ
“เฮอะ! ช่างกล้าดีนักนะ มาคิดมิดีมิร้ายกับข้า!” เป่ยกงถังแค่นเสียงเฮอะ
“คนงามจ๋า เจ้าตามพวกเราไปจะดีกว่านะ อย่ามัวสานสัมพันธ์กับตระกูลลู่ มีแต่การติดตามพวกเราไปเท่านั้นจึงจะอยู่ที่เมืองวิเศษแห่งนี้ต่อไปได้!” ชายหนุ่มผู้นั้นมองเป่ยกงถังด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
“อยากให้ข้าไปกับพวกเจ้าหรือ” แววตาเยียบเย็นของเป่ยกงถังราวกับมองคนตายอยู่ นางเอ่ยว่า “กลัวแต่ว่าข้ากล้าไปกับพวกเจ้า แต่พวกเจ้าจะไม่มีชีวิตรอดมาอยู่กับข้าน่ะสิ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้าไปกอดเอวเป่ยกงถังพลางเอ่ยว่า “ข้ารังเกียจการที่ผู้อื่นมาหมายตาผู้หญิงของข้าที่สุดเลย พวกเจ้าว่าข้าจะควักลูกตาพวกเจ้าออกมา หรือทำให้พวกเจ้าพิการแล้วโยนออกไปดีเล่า!”
“ฮ่าๆๆ ปากดีเหลือเกินนะ! ที่เมืองวิเศษแห่งนี้ไม่เคย