สียหายไปหมดทั้งเตา
“พ่ายแพ้แล้วจริงๆ นั่นแหละ น่าเสียดายเครื่องยาพวกนี้เสียจริง” ซือหม่าโยวเย่ว์ส่ายหน้าพลางทอดถอนใจ “ในเมื่อเจ้ายังหลอมยาวิเศษไม่สำเร็จเป็นเม็ดเลยด้วยซ้ำ เช่นนั้นการต่อสู้ยกนี้เจ้าก็พ่ายแพ้แล้วละ”
หลี่มู่สีหน้าไม่น่าดู เขาคิดไม่ถึงเลยว่าตนจะพ่ายแพ้ได้!
“เจ้าต้องมิใช่นักหลอมยาขั้นสี่แน่!” หลี่มู่จ้องมองยาวิเศษในมือซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยขึ้น
ถ้าหากเป็นนักหลอมยาขั้นสี่ ไม่ว่าทักษะจะดีเยี่ยมเพียงใดก็ไม่มีทางหลอมยาวิเศษขั้นสี่ออกมาได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้แน่
ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้าก็ไม่เคยบอกว่าข้าเป็นนักหลอมยาขั้นสี่นี่ สาเหตุที่มาแข่งหลอมยาวิเศษขั้นสี่กับเจ้าก็เพราะเจ้าหลอมได้ถึงเพียงแค่ระดับนี้เท่านั้น ต่อไปหากพบกันก็อย่าลืมเรียกข้าว่าลูกพี่ล่ะ เข้าใจหรือไม่ น้องชาย”
“เจ้า…”
“เจ้าอย่ามานึกเสียใจตอนนี้สิ!” ซือหม่าโยวเย่ว์ขัดจังหวะคำพูดของเขา “วันนี้ที่นี่มีพยานรู้เห็นตั้งมากมาย เจ้าจะมากลับคำมิได้หรอกนะ! ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดีเถิด!”
พอพูดจบแล้วเธอจึงหมุนกายลงจากเวทีประลองแล้วออกจากหมู่บ้านไปพร้อมกับพวกเป่ยกงถัง กลับไปยังที่ตั้งค่ายริมทะเลสาบ
ผ่านไปครู่ใหญ่ ท