้นพวกเราก็มาแข่งขั้นสี่กัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แต่เพื่อป้องกันมิให้พวกเจ้าแพ้แล้วกลับคำอีกครั้ง คราวนี้พวกเราต้องมีพยานด้วย”
เมื่อถูกเธอเยาะเย้ยซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพลิงโทสะในใจหลี่มู่ก็ยิ่งโหมกระหน่ำ เขาถามว่า “เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า”
“ก็ต้องไปหาพยานมาน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แข่งกันที่นี่ไม่ได้หรอก ต้องไปที่หมู่บ้านภาพมังกร ต่อหน้าทุกคน หากมีพยานมากๆ ข้าจะได้วางใจหน่อย”
“ก็ได้ ถ้าหากเจ้าแพ้ เจ้าก็ต้องปล่อยให้พวกเราจัดการด้วยล่ะ!” หลี่มู่พูด
“ไม่มีปัญหา!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้าคิดว่าหากข้าตกไปอยู่ในเงื้อมมือพวกเจ้าจะต้องไม่เหลือแม้แต่ซากแน่ ทว่าข้าใจกว้างกว่า ไม่ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตเหมือนพวกเจ้าหรอก ถ้าหากเจ้าพ่ายแพ้ ภายหลังหากพบหน้าข้าก็จงเรียกข้าว่าลูกพี่สักคำหนึ่งก็พอแล้ว!”
“ได้สิ!” หลี่มู่รับปาก
“เช่นนั้นพวกเราไปกันตอนนี้เลยดีกว่า เพื่อเลี่ยงมิให้พวกเจ้ามาร้องเจี๊ยวจ๊าวต่อหน้าข้าอีก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ใช่แล้ว คุณชายตระกูลน่าหลาน พวกเจ้ามิได้อยากหยั่งเชิงพลังยุทธ์ของพวกเราหรอกหรือ บอกเจ้าไว้ก่อนเลยว่าข้าไม่เข้าร่วมการแข่งขัน ดังนั้นเจ้าให้คนมาหยั่งเชิงข้าได้ตามสบายเลย ข้าจะรับไว้ทั้งหมด”