นหลี่มู่อยู่บนนั้นจึงพากันคาดเดา “จะมีคนมาแข่งกับคนของสมาพันธ์นักหลอมยาอย่างนั้นหรือ”
“ใครกันที่อาจหาญถึงเพียงนั้น”
“จริงหรือเท็จกันน่ะ”
“แข่งกับคนของสมาพันธ์นักหลอมยา จะแข่งหลอมยาอย่างนั้นหรือ”
“วันนี้พวกเราจะได้เห็นการหลอมยากับตาแล้วสินะ”
“แข่งหลอมยากับคนของสมาพันธ์นักหลอมยา นี่มิใช่การรนหาที่หรอกหรือ”
“ใครจะไปรู้! ข้ารู้จักคนผู้นี้ เขาชื่อหลี่มู่ เป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นเยาว์ของสมาพันธ์นักหลอมยา อายุเพียงแค่ยี่สิบกว่าปีก็เป็นนักหลอมยาขั้นสี่แล้ว!”
“นักหลอมยาขั้นสี่วัยเยาว์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
“ใช่น่ะสิ จึงไม่รู้ว่าใครกันที่มีตาหามีแววไม่ ถึงได้กล้ามาแข่งขันกับเขา”
เมื่อเห็นว่ามีคนมากันมากพอสมควรแล้ว หลี่มู่จึงมองไปยังซือหม่าโยวเย่ว์ที่อยู่ด้านล่างของเวทีพลางถามว่า “เจ้าคิดจะขึ้นมาเมื่อไหร่กัน”
ซือหม่าโยวเย่ว์ปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อผ้า ก่อนจะเดินขึ้นไปบนเวทีประลองอย่างเชื่องช้า
“เจ้าเด็กผู้นี้ดูจะอายุอ่อนกว่าหลี่มู่เสียอีก!”
“เขาจะแข่งหลอมยากับหลี่มู่จริงหรือ นี่มันบ้าไปแล้ว!”
“พวกเราลงพนันกันดีหรือไม่ มาพนันกันว่าใครจะชนะ”
“ช่างมันเถิดน่า นี่มันต้องเทไปฝ่ายเ