ดียวอยู่แล้ว จะทำไปเพื่ออะไรเล่า!”
คนเหล่านี้ไม่อยากพนัน แต่กลับมีเสียงหนึ่งตะโกนมาจากข้างเวที
“มาสิๆ มาแทงพนันกันดีกว่า หากแทงข้างหลี่มู่ชนะ อัตราหนึ่งต่อห้า หากแทงข้างโยวเย่ว์ชนะ อัตราหนึ่งต่อสิบรีบมาลงพนันกันเร็วเข้าสิ!”
ทุกคนมองตามเสียงไปก็เห็นว่าตรงนั้นมีโต๊ะวางอยู่ตัวหนึ่ง บนนั้นปูผ้าซึ่งเขียนชื่อหลี่มู่และซือหม่าโยวเย่ว์เอาไว้
“เจ้าเป็นใครกันถึงได้กล้ามาตั้งโต๊ะตรงนี้ ถ้าหากแพ้แล้วพวกเจ้าจะจ่ายพวกเราไหวหรือ”
ซือหม่าโยวหยางกางพัดจีบแล้วพูดด้วยรอยยิ้มที่คิดเอาเองว่ามัดใจผู้อื่นได้ “เรื่องนี้พวกท่านวางใจได้เลย แต่ไหนแต่ไรตระกูลซือหม่าเราก็ไม่เคยติดหนี้ใครอยู่แล้ว!”
“ตระกูลซือหม่าหรือ”
“ข้ารู้จักคนผู้นี้ เขาคือคุณชายผู้เป็นทายาทตระกูลซือหม่า เป็นหลานชายสายตรงของประมุขตระกูลคนปัจจุบัน”
เมื่อมีคนตะโกนเช่นนี้ออกมา ทุกคนจึงเชื่อถือในตัวตนของซือหม่าโยวหยาง
มีคนตั้งโต๊ะ ทุกคนก็ย่อมอยากเข้าร่วมวงพนันด้วยอยู่แล้ว จากนั้นจึงกรูกันเข้าไป
“มาๆๆ การแข่งขันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วนะ! ใครอยากเข้าร่วมก็รีบมาลงพนันเร็วเข้า! ได้กำไรเห็นๆ เลยนะ!” ซือหม่าโยวหยางตะโกนพูด
“ลงข้างหลี่มู่กัน