หมด ไม่มีใครลงข้างโยวเย่ว์ของพวกเราบ้างเลยหรือ” ซือหม่าโยวหยางมองดูคนที่ลงพนันแล้วขมวดคิ้ว “โยวเย่ว์ของเราอัตราหนึ่งต่อสิบเชียวนะ!”
“ข้าเอง ข้าพนันข้างซือหม่าโยวเย่ว์!” บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามา ในขณะที่เขากำลังจะวางตำลึงทองลงบนโต๊ะนั้นก็ถามขึ้นประโยคหนึ่งว่า “เขาเป็นคนตระกูลซือหม่าของพวกเจ้าหรือ อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ”
ซือหม่าโยวหยางพูดพลางยิ้มตาหยี “ถูกต้อง โยวเย่ว์เป็นน้องชายของข้า อีกไม่กี่เดือนก็จะอายุยี่สิบสองแล้วล่ะ”
มือของชายวัยกลางคนอยู่ห่างจากโต๊ะอีกเพียงแค่หนึ่งเซนติเมตรแล้วชักมือกลับไป หลังจากนั้นจึงพูดอย่างไม่เป็นธรรมชาติอย่างยิ่งว่า “ข้าลงข้างหลี่มู่ดีกว่า”
“ฮ่าๆ…” ผู้คนโดยรอบพากันหัวเราะขึ้นมา
รอยยิ้มของซือหม่าโยวหยางชะงักค้างไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงโบกพัดพลางเอ่ยว่า “ความจริงแล้วโยวเย่ว์ของเราร้ายกาจยิ่งนัก จะต้องเอาชนะหลี่มู่ได้อย่างแน่นอน พวกท่านไม่ลงข้างเขากันจริงๆ หรือ”
“คุณชายซือหม่า ท่านบอกว่าเขาเพิ่งจะอายุยี่สิบสองปี คนทั่วไปอายุยี่สิบสองปี สำเร็จเป็นนักหลอมยาขั้นสามได้ก็ไม่เลวแล้ว หลี่มู่ผู้นี้เป็นถึงนักหลอมยาขั้นสี่ แล้วใครจะกล้าไปลงข้างเขา