ได้เล่า!” มีคนพูดพลางหัวเราะ
“พวกท่านไม่ลงข้างเขาตอนนี้ก็อย่ามานึกเสียใจภายหลังล่ะ!” ซือหม่าโยวหยางพูด
“พี่ชาย ข้าลงข้างเขาคนหนึ่งแล้วกัน” เด็กน้อยอายุราวสิบกว่าขวบแทรกตัวเข้ามาแล้ววางตำลึงทองหลายอันลงบนโต๊ะ
“หนิวหวา เจ้าไม่อยู่เฝ้าร้านของพวกเจ้าหรือ มาร่วมวงอะไรที่นี่เล่า!”
หนิวหวารับใบลงพนันมาพลางยิ้มให้คนที่พูดกับเขาแล้วเอ่ยว่า “คนมาที่นี่กันหมดทั้งเมืองแล้ว ไม่มีลูกค้าหรอก พ่อข้าถึงกับปิดร้านเลยทีเดียว ไม่ต้องให้ข้าเฝ้าแล้วล่ะ”
“สหายตัวน้อยช่างมีสายตาแหลมคมนัก!” ซือหม่าโยวหยางเอ่ยชม
หนิวหวามองดูกระดาษในมือแล้วเอ่ยอย่างสงสัยว่า “เอ๊ะ… เหตุใดจึงไปลงของฝ่ายตรงข้ามได้เล่า ข้าจะลงข้างปรมาจารย์หลี่ต่างหาก!”
ทุกคนมองไปบนโต๊ะก็เห็นว่าตำลึงทองหลายอันเป็นตำลึงทองของฝั่งหลี่มู่ แต่เพราะผู้ที่ลงข้างหลี่มู่มากเกินไป ตอนที่เขาลงพนันจึงเข้าไปอยู่ในพื้นที่ฝั่งซือหม่าโยวเย่ว์พอดี
คราวนี้รอยยิ้มของซือหม่าโยวหยางแข็งค้างไปจริงๆ เสียแล้ว