มโหไปทำไมกันเล่า!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้าพูดไม่ถูกหรืออย่างไรกัน”
“เจ้าอย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ!” คนตระกูลน่าหลานคนหนึ่งตะคอก
“พูดจาเหลวไหลหรือไม่ทุกคนล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ ในเมื่อทำเรื่องเช่นนี้ลงไปแล้ว จะมากลัวข้ากระชากหน้ากากพวกเจ้าอีกทำไมเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มเย็นชาพลางกวาดสายตามองพวกเขา “มิได้บอกว่าต้องเอาชนะพวกเจ้าสามคนหรอกหรือ ตอนนี้ชนะได้คนหนึ่งแล้ว ยังเหลืออีกสองคน พวกเจ้าจะส่งใครมาดีล่ะ”
เมื่อเห็นสองตาอันเย็นเยียบดุจน้ำแข็งของเธอแล้วพวกเขาจึงเข้าใจว่า ไม่ว่าจะส่งใครไปก็ต้องถูกต่อยตีจนน่าอนาถยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
รออยู่ครึ่งนาทีก็ไม่มีใครก้าวเข้ามา ซือหม่าโยวเย่ว์บีบสองมือเข้าหากันอยู่ตรงด้านหน้าทรวงอกพลางเอ่ยว่า “ในเมื่อไม่มีคนเข้ามา เช่นนั้นข้าจะเลือกเองแล้วนะ เจ้า เข้ามานี่ พวกเรามาสู้กัน”
ผู้ที่ถูกชี้ตัวรีบก้าวถอยหลังพลางเอ่ยว่า “พลังยุทธ์ข้าต่ำต้อยยิ่งนัก ไม่สู้กับเจ้าหรอก!”
ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ไม่ทำให้เขาลำบากใจ จึงชี้อีกคนหนึ่งแทนแล้วพูดว่า “เช่นนั้นเจ้าแล้วกัน”
“พลังยุทธ์ข้าต่ำกว่าเขาอีก” คนผู้นั้นถอยกรูด
“เช่นนั้นเจ้า เจ้า เจ้าเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ชี้อีกหลายคน ผู้ที่ถูกช