ี้ล้วนถอยหนีกันหมด
ถึงขนาดชี้ตั้งหลายคน ก็ยังไม่มีใครมา ซือหม่าโยวเย่ว์จึงตะโกนอย่างเดือดดาลว่า “ตกลงพวกเจ้าจะสู้หรือไม่สู้ ถ้าจะสู้ก็เข้ามา ไม่สู้ก็ไสหัวกลับไปเสียสิ!”
หลี่มู่สีหน้าเขียวคล้ำ เรียกได้ว่าตอนนี้สมาพันธ์นักหลอมยาขายหน้าจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว
“เจ้าถึงกับกล้าให้พวกเราไสหัวไปเชียวหรือ แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับคนของสมาพันธ์นักหลอมยาเราเช่นนี้มาก่อนเลยนะ!” มีคนตะคอกขึ้นอย่างโมโห
“เจ้าจะมาสู้กับข้าหรือไม่เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเขา
ถูกซือหม่าโยวเย่ว์มองเหยียดเช่นนี้ อีกฝ่ายจึงหยุดปากไป
“เฮอะ พวกเราเป็นนักหลอมยา แต่เจ้าเป็นปรมาจารย์วิญญาณ มีพลังการต่อสู้แข็งแกร่งกว่าพวกเราแล้วอย่างไรเล่า” มีคนพูดขึ้น
“ถูกต้อง หากเจ้ามีปัญญาก็มาหลอมยาแข่งกับพวกเราสิ!” พอคนผู้นั้นพูด คนอื่นจึงรีบเออออในทันที
พวกเขานำจุดด้อยของตัวเองไปเปรียบเทียบกับจุดเด่นของปรมาจารย์วิญญาณทำไมกัน! เอาชนะเธอไม่ได้ พวกเขาก็เลยไม่เชื่อว่าเธอหลอมยาได้ด้วยอย่างนั้นสิ!
“พวกเจ้าจะแข่งหลอมยากับข้าอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม “แล้วหากข้าหลอมยาไม่เป็นเล่า”
“ถ้าหลอมยาไม่เป็นก็ต้องขอขมาพวกเราแล้วล่ะ! คนที่เสนอเรื่องห