ที่สำคัญตัวเองผิดจริงๆ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ใครบอกเจ้าว่าข้าจะขอร้องเจ้าเล่า แต่ข้าจะคืนคำนี้ให้เจ้าต่างหาก วันนี้ข้าจะตีจนมารดาเจ้าจำเจ้าไม่ได้เลย ต่อให้เจ้าคุกเข่ากับพื้นแล้วขอรัองข้า ข้าก็จะไม่ละเว้นเจ้าเป็นอันขาด!”
เธอพูดพลางแปลงปราณวิญญาณให้กลายเป็นเปลวเพลิงผลาญทำลายกระบี่เล่มจิ๋วหลายสิบเล่มที่อีกฝ่ายซัดออกมาจนหมดเกลี้ยง แต่เปลวเพลิงของเธอก็สลายหายไปหมดด้วยเช่นเดียวกัน
“ไอ้หยา ดูเหมือนว่าธาตุไฟของข้าเพิ่งจะกำจัดทักษะวิญญาณของเจ้าไปละ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างใจร้าย
“เจ้าอย่าเพิ่งได้ใจเร็วเกินไปนักเลย ในเมื่อเจ้าอยากเล่นไฟ ข้าก็จะให้เจ้าเล่นสมใจอยาก” หยวนเฟิงพูด “เป็นนักหลอมยา สิ่งที่เล่นได้ดีที่สุดก็คือไฟนี่แหละ!”
ไม่พูดไม่ได้ว่าหยวนเฟิงเล่นไฟได้ดีจริงๆ เปลวเพลิงแต่ละกองที่อยู่ในมือเขาเปลี่ยนแปลงไปมาราวกับเคล็ดวิชามารก็มิปาน
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเขาอย่างจนคำพูด นี่อีกฝ่ายกำลังสำแดงเคล็ดวิชามารเพลิงหรืออย่างไร
“ไป…” อีกฝ่ายสำแดงอยู่นาน ในที่สุดก็กลายเป็นลูกหมาป่าสีขาวตัวหนึ่งออกมา มันพุ่งเข้าใส่ซือหม่าโยวเย่ว์ภายใต้การควบคุมของเขา
ดาบเล่มใหญ่ในมือซือหม่าโยวเย่ว์ถูกเตรียมพร้อมเอา