ืมตาขึ้น เธอคิดใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงลงจากเตียงออกมาข้างนอก
“เหตุใดเจ้าจึงออกมาแต่เช้าตรู่เช่นนี้เล่า” เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ริมทะเลสาบ เธอจึงเดินเข้าไปถาม
“เจ้าก็ตื่นเช้าขนาดนี้เหมือนกันมิใช่หรือ” เหยียนลู่เห็นซือหม่าโยวเย่ว์จึงพูดขึ้น
“ข้าได้ยินว่ามีคนตื่นแล้ว ก็เลยตื่นตามน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “หรือว่าคนเมืองวิเศษอย่างพวกเจ้าจะตื่นเช้าเช่นนี้กันหมด”
เหยียนลู่ส่ายหน้าโดยไม่เอ่ยวาจา
“ข้าเห็นแววตาเจ้าดูเป็นกังวล กำลังเป็นห่วงใครอยู่หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
เหยียนลู่คิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะมีสัมผัสไวเช่นนี้ จึงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ข้ากำลังเป็นห่วงท่านพ่อท่านแม่ข้าอยู่น่ะ ก่อนหน้านี้ที่เคยเจอเรื่องเหล่านี้ พวกเราก็อยู่ด้วยกันตลอด จึงเป็นกังวลว่าพวกท่านจะเป็นอะไรหรือไม่”
“เจ้ามิได้บอกว่าเมืองวิเศษจะเปิดค่ายกลใหญ่ป้องกันเมืองทุกครั้งหรอกหรือ ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วยังมีอะไรให้กังวลอีกเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถ้าหากจะกังวล ควรจะเป็นท่านพ่อท่านแม่เจ้าเป็นห่วงเจ้าที่อยู่ข้างนอกนี่มากกว่านะ!”
“จะว่าไปก็ใช่” เหยียนลู่พูด “กลัวแต่ว่าพวกเขาเห็นข้ากับพวกศิษย์พี่ยังไม่กลับไปเสียที แล้วออกมาตา