ึกอิจฉาไม่น้อย ในสมาคมของพวกนาง แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมีภาพเช่นนี้ปรากฏมาก่อนเลย ทุกคนอยู่ด้วยกันก็มีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นทั้งนั้น น้อยนักที่จะมีคนจริงใจ
ปลาที่ตกได้ในตอนหลังมีเป็นจำนวนมาก จึงแบ่งคนส่วนหนึ่งมาจัดการกับปลาเหล่านั้น จากนั้นจึงให้ซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าอ้วนชวีเป็นคนย่าง
ทุกคนกินดื่มกันอย่างอิ่มหนำสำราญจนดึกดื่น แม้กระทั่งเหยียนลู่ที่ไม่ค่อยกินอาหารมาโดยตลอดก็ยังกินปลาไปหนึ่งตัวเต็มๆ
“โอ๊ย อิ่มเหลือเกิน หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ทุกคนไปนอนกันดีกว่านะ” ซือหม่าโยวหยางตะโกน
จากนั้นทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับไปยังกระโจมของตน เหยียนลู่ถามว่า “ไม่เหลือคนไว้เฝ้ายามหน่อยหรือ”
“ไม่ต้องหรอก โยวเย่ว์โปรยผงยาเอาไว้ ทั้งยังจัดวางค่ายกลเอาไว้แล้ว หากใครมาหาเรื่องพวกเราโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ก็คงได้ฟุบไปก่อนที่พวกเราจะมาถึงแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวฉิงพูด
เหยียนลู่นึกถึงค่ายกลที่ซือหม่าโยวเย่ว์จัดวางเอาไว้ขึ้นมา นึกไปนึกมาก็จริงอยู่ ค่ายกลเช่นนั้นคอยคุ้มกันทะเลสาบเล็กๆ เช่นนี้อยู่ ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอนอยู่แล้ว จากนั้นจึงกลับไปพักผ่อนยังกระโจมของตน
เช้าวันต่อมา ซือหม่าโยวเย่ว์ที่นั่งบำเพ็ญอยู่บนเตียงล