“ท่านอากุ้ย ท่านวางใจเถิด ข้าไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามหรอก” โอวหยางเฟยพูด “ข้ามิใช่เด็กน้อยในตอนนั้นอีกต่อไปแล้วนะ ในเมื่อมาแล้ว ข้าย่อมต้องช่วยพวกท่านแม่ออกมาให้จงได้”
“ฝ่าบาทเติบใหญ่แล้ว” ท่านอากุ้ยพูดพลางเช็ดน้ำตา
“ท่านเล่าสถานการณ์ของเมืองหลวงในตอนนี้ให้พวกเราฟังสักหน่อยสิ มีใครที่ไปเข้าพวกกับโอวหยางตงแล้วบ้าง” โอวหยางเฟยพูด “ในเมื่อคนเหล่านั้นกล้าทรยศหักหลังข้า เช่นนั้นก็กำจัดไปพร้อมกันเลย”
ท่านอากุ้ยเห็นโอวหยางเฟยพูดเช่นนี้ก็ตกใจในตอนแรก จากนั้นจึงรู้สึกยินดี เขารู้ดีว่าตลอดมาโอวหยางเฟยไม่มีทางพูดจาใหญ่โตไปเรื่อยเปื่อย ในเมื่อพูดเช่นนี้แล้วต้องทำได้อย่างแน่นอน
ตลอดทั้งคืน ท่านอากุ้ยได้เล่าสถานการณ์ปัจจุบันของเมืองหลวงให้พวกเขาฟัง ขุมอำนาจไหนเป็นพวกเดียวกันกับตระกูลหลี่ ขุมอำนาจไหนใกล้ชิดกับตระกูลซาง ขุมอำนาจไหนเป็นกลาง ขุมอำนาจไหนมีคนมากน้อยเพียงใด มีจ้าววิญญาณและราชันวิญญาณอยู่กี่คน เขาล้วนรู้อย่างชัดเจนทั้งสิ้น
แน่นอนว่าจากคำพูดของเขา ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่ในที่แจ้งทั้งสิ้น แต่ยังมีซ่อนเร้นอยู่อีกเท่าไหร่นั้นก็ไม่มีทางล่วงรู้ได้เลย
เว่ยจือฉีเห็นเขาบอกเรื่องของขุมอำนาจเหล่า