“เฮอะ!” มีนกยักษ์ไม่เชื่อ มันส่งเสียงเฮอะเยียบเย็นหมายจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่บินขึ้นไปได้เพียงไม่กี่เมตรก็มิอาจบินขึ้นไปต่อได้อีก
“เจ้าทำอะไรลงไปน่ะ!” นกยักษ์ตัวนั้นตะโกนอย่างตกใจ
“มิได้ทำอะไรหรอก ก็แค่วางบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ที่นี่เท่านั้นเอง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดแล้วใส่พลังวิญญาณเข้าไปในพื้นดิน พลังวิญญาณเหล่านั้นมิได้สลายตัวไป แต่ปั่นป่วนบ้าคลั่งอยู่ในพื้นดิน แล้วออกมาเป็นเค้าร่างค่ายกลอันหนึ่ง
“ค่ายกลปิดผนึกมิติ!” พอซือหม่าโยวหลินดูออกแล้วก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเขาปราดหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าเขาจะรู้จักค่ายกลนี้ด้วย
ถูกต้อง ตั้งแต่วินาทีแรกที่ร่อนลงสู่พื้น เธอก็ได้จัดวางค่ายกลปิดผนึกมิติเอาไว้แล้ว พอนกยักษ์เหล่านั้นร่อนลงมา เธอก็ปิดผนึกมิติที่นี่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ซือหม่าโยวหลินตกตะลึงเพราะซือหม่าโยวเย่ว์อีกครั้ง เจ้าเด็กผู้นี้นอกจากจะเป็นนักหลอมยาและนักฝึกสัตว์อสูรแล้ว ยังเป็นปรมาจารย์ค่ายกลอีกด้วย สิ่งที่เธอทำเมื่อครู่นั้นมิใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำได้เลย
“นี่ยังใช่มนุษย์อยู่หรือไม่” เขาแอบด่าทออยู่ในใจ
แม้กระทั่งผู้ที่ชาญฉลาดและเปี่ยมความสามารถอย่างเขาก็ยังถูกเธอกระตุ้นไม่น้อย การอยู่ร่วมกันกับเธอ ไม่ว่าจะโดดเด่นเพียงใดก็ต้องถูกลดความสำคัญลงอยู่ดี
“เอาละ ปิดประตูเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เริ่มต้นล้างบางพวกมันได้ วันนี้จะต้องสู้จนพวกมันยอมสวามิภักดิ์ให้ได้!” ซือ