หม่าโยวเย่ว์พูดจบก็ดึงตัวพวกซือหม่าโยวหมิงให้ถอยออกมา ก่อนจะให้สัตว์อสูรวิเศษทั้งฝูงตะลุมบอนกันข้างใน
“โอ๊ย…”
“ใครฟาดลูกตาข้าน่ะ!”
“ไอ้หยา…”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูสถานการณ์ภายในพลางเอ่ยว่า “ตอนนี้ข้ารู้สึกว่าฝูงสัตว์อสูรวิเศษลุยกันได้ไม่เลวเลย! น่าเสียดายที่พลังจิตของข้าตอนนี้เต็มแล้ว มิฉะนั้นจะทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรเทพอีกสักสองตัว หลังจากนั้นค่อยออกไปสร้างกองทัพสัตว์อสูร หากใครไม่เข้าตาก็ตะลุมบอนมันเสียเลย น่าสนุกยิ่งนัก!”
ผู้คนด้านหลังสีหน้าดำทะมึน เจ้าคนผู้นี้ยังมีหน้ามาบอกว่าพลังจิตเต็มอีกหรือ เคยนึกถึงหัวอกของพวกเขาบ้างหรือไม่!
ในที่สุดนกยักษ์แปดตัวนั้นก็มิอาจหนีรอดไปได้เลยแม้แต่ตัวเดียว พวกมันถูกโจมตีจนสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไปแล้วนอนแผ่อยู่บนพื้น มีเพียงแววตาเท่านั้นที่ยังคงแสดงความไม่ยอมจำนนอยู่
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้าไปแล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าคงยอมรับกันแล้วกระมัง หากพวกเจ้าอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล ก็คงได้แต่อยู่ในสถานที่เล็กๆ เช่นนี้เท่านั้น มิสู้ถูกทำพันธสัญญาแล้วไปดูโลกภายนอกกันดีกว่า!”
“พวกเราไม่ยอม…” เหยี่ยวนกเขาจ้องมองซือหม่าโยวเย่ว์
“ไม่ยอมก็ช่วยไม่ได้อยู่ดี วันนี้ข้ามิได้มาเจรจาเงื่อนไขกับพวกเจ้า ตอนนี้พวกเจ้ากลายเป็นของขวัญที่ข้ามอบให้พวกพี่ๆ แล้วละ! ตอนนี้ไม่ยอม อีกประเดี๋ยวก็ต้องยอมแล้ว”
พอพูดจบซือหม่าโยวเย่ว์ก็วางมือลงบนหว่างคิ้วของเหยี่ยวนกเขาแล้วโคจรเคล็ดควบคุ