มสัตว์อสูรก่อนจะเริ่มต้นฝึกมันให้เชื่อง
ลูกตาของซือหม่าโยวหยางแทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว ปากก็อ้าค้างจนคางแทบแตะพื้น เขายื่นมือออกมาชี้ซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยตะกุกตะกักว่า “เขา… เขา… เขากำลังฝึกสัตว์อสูร! เขายังเป็นนักฝึกสัตว์อสูรอีกด้วยหรือ!”
ซือหม่าโยวหลานและซือหม่าโยวฉิงก็มีสีหน้าเช่นเดียวกัน ความรู้สึกที่มองซือหม่าโยวเย่ว์นั้นราวกับกำลังมองเทพสวรรค์ชั้นฟ้า
ซือหม่าโยวหรานพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “เมื่อสามปีก่อนเขาก็เป็นนักฝึกสัตว์อสูรแล้วล่ะ เขาฝึกสัตว์อสูรทิพย์ให้เชื่องได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว”
“เมื่อสามปีก่อน…ตอนนั้นเขาอายุเท่าไหร่กัน” ซือหม่าโยวฉิงถามอย่างตกตะลึง
“ตอนนั้นดูเหมือนจะอายุสิบห้าปีเศษ ไม่ถึงสิบหกปีกระมัง” ซือหม่าโยวเล่อเอ่ยตอบ
“ก็หมายความว่าตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุได้สิบเก้าปีเท่านั้น! นักหลอมยาและนักฝึกสัตว์อสูรวัยสิบเก้าปี สวรรค์เอ๋ย พาข้าไปตายที! ข้าอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่เหลือเกิน!” ซือหม่าโยวหยางร้องโอดครวญ
“เจ้าพลาดไปนิดนะ เขายังเป็นปรมาจารย์ค่ายกลอีกด้วย!” ซือหม่าโยวหลินพูดเสริม
“พวกเราก็ยังไม่รู้เรื่องที่น้องห้าสำเร็จเป็นปรมาจารย์ค่ายกลเหมือนกัน แต่ตอนนี้ข้ารู้สึกว่าต่อให้เขาเป็นนักหลอมวัตถุด้วย ข้าก็คงไม่ตกใจแล้วล่ะ!” ซือหม่าโยวหรานพูด
“ช่างเป็น…ตัวประหลาดจริงๆ!” ซือหม่าโยวหยางตกตะลึงอยู่นานจึงพ่นวาจาประโยคนี้ออกมา
“สัตว์อสูรวิเศษที่น้องห้าฝึกนั้นแตกต่างกัน ตอนพวกเจ้าทำพันธ