สัญญาก็จะรู้เอง” ซือหม่าโยวเล่อพูดยิ้มๆ
“ฝึกสัตว์อสูรก็ยังมีความพิเศษด้วยหรือ” ซือหม่าโยวหยางมองซือหม่าโยวเล่อ แต่เจ้านั่นไม่พูดอีกแล้ว ทำให้เขารู้สึกคันยุบยิบในหัวใจไม่น้อย
สองวันให้หลัง ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ฝึกนกยักษ์แปดตัวให้เชื่องได้ทั้งหมด พอลุกขึ้นก็เห็นสีหน้าตื่นตกใจของทุกคน
“พวกเจ้าเป็นอะไรไปหรือ”
“โยวเย่ว์ เจ้าฝึกสัตว์อสูรเทพแปดตนต่อเนื่องกันเลยนะ… ” ซือหม่าโยวหลานพูดอย่างตกตะลึง
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ถูกต้อง ฝึกให้เชื่องเสร็จทั้งแปดตนแล้ว ตอนนี้พวกเจ้าไปเลือกตนที่ตัวเองชอบมาทำพันธสัญญาได้แล้วล่ะ”
“พวกเราไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้ พวกเราอยากจะถามเจ้าว่าเจ้าฝึกสัตว์อสูรเทพมากมายเช่นนี้ไม่เหนื่อยบ้างหรือ” ซือหม่าโยวฉิงพูด
“เหนื่อยนิดหน่อย พลังวิญญาณสะท้อนกลับมากมายเช่นนี้ก็ออกจะเกินรับไหวอยู่บ้าง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกเจ้าทำพันธสัญญากันเอาเองเถิดนะ ข้าจะไปพักผ่อนสักครู่”
พอพูดจบ เธอก็นั่งลงบนพื้นที่ว่างแล้วเริ่มต้นย่อยพลังที่สะท้อนกลับมาจากการฝึกสัตว์อสูร
“ในเมื่อคุยกันแล้วว่าจะยกอินทรีดำให้พี่โยวหมิง เช่นนั้นพวกเราก็มาเลือกที่เหลือกันดีกว่า” ซือหม่าโยวฉิงพูด
“ข้าชอบเจ้านกแร้งยักษ์นั่น ข้าอยากได้มัน!” ซือหม่าโยวเล่อพูด
“เช่นนั้นข้าเลือกเจ้าเหยี่ยวนกเขานั่นแล้วกัน” ซือหม่าโยวหยางเองก็ไม่เกรงใจเข้าไปโอบตัวเหยี่ยวนกเขาเอาไว้
เพียงไม่นาน ทุกคนต่างเลือกสัตว์ที่ตัวเองอยากไ