งไล่ตามจับหวงเทียนกับเฮยเทียน พวกมันว่องไวราวกับวิหคโผบิน เยี่ยสวินตี๋นั่งอยู่ข้างเจียงฉางเซิง เขาถอนหายใจเอ่ยว่า “มรรคาจารย์ แมวน้อยสองตัวที่ท่านเลี้ยงไม่ธรรมดาเลยนะ” หยางโจวแตกฉานวิชายุทธ์ยุคโบราณในขั้นต้นแล้ว แต่กลับยังไล่ตามปีศาจแมวสองตนไม่ทัน สิ่งนี้ทำให้เยี่ยสวินตี๋ประหลาดใจมาก
เจียงฉางเซิงเอ่ยตอบว่า “แต่เดิมพวกมันก็ไม่ใช่แมวธรรมดา” ในเมื่อพวกมันเมินเฉยต่อการล่อลวงของมุกชุมปีศาจได้ สายเลือดของหวงเทียนกับเฮยเทียนย่อมพิเศษ เพียงแต่เจียงฉางเซิงมองไม่ออกว่าคืออะไรก็เท่านั้น แล้วเขาก็คร้านจะเปลืองแต้มเซ่นไหว้ไปพยากรณ์ถามด้วย ไม่ว่าอย่างไรสรุปก็คือเป็นแมวบ้านเขาแล้ว ปกติเขาจะป้อนโอสถให้ไป๋หลง หวงเทียนกับเฮยเทียนอยู่แล้ว ดังนั้นพลังปีศาจของเจ้าตัวน้อยสองตัวนี้จึงเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงมาตลอด
หยางโจวไล่ตามอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะจับหางของเฮยเทียนได้ เขาขยุ่มขนของมันออกมาหนึ่งกำมือ ไปฉีร้อนใจ ตวาดด่า “เจ้าเด็กหน้าเหม็น อย่าดึงจนมันโล้นสิ!” หยางโจวชะงักแล้วมองขนแมวในมืออย่างกระอักกระอ่วน เขาถึงขั้นไม่กล้าหันไปมองเจียงฉางเซิง เฮยเทียนชะงักแล้วร้องโวยวายเสียงดังลั่น หวงเทียนกระโดดมาหาแล้วตบอุ้งเท้าใส่มันหนึ่งที โทษฐานที่มันไม่เอาไหน
เยี่ยสวินตี๋หันไปมองเจียงฉางเซิงแล้วถามอย่างสงสัยว่า “มรรคาจารย์ ท่านเลี้ยงดูมนุษย์ แล้วก็เลี้ยงดูปีศาจด้วย เพราะเหตุใดกัน” เจียงฉางเซิงมองภาพความครึกครื้นแล้วตอบด้วย