าเด็กนั่นหน้าใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ แม้กระทั่งท่านประมุขตระกูลก็ยังต้องไปหาด้วยตนเอง” ทหารยามผู้นั้นมองเงาหลังของพวกเขาพลางเอ่ยพึมพำ
ซือหม่าหลินมาถึงเรือนพักของพวกซือหม่าโยวเย่ว์อย่างรวดเร็ว เขาเห็นมาแต่ไกลว่าเธออยู่ที่ลานบ้านด้วยร่างกายสั่นสะท้านอยู่เพียงคนเดียว จึงเดินเข้าไปถามว่า “เขาฟื้นแล้วหรือ”
“ฟื้นแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงอยู่ที่นี่เล่า” ซือหม่าหลินถาม
“รอพวกท่านอย่างไรเล่า!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง “ท่านปู่ใหญ่อยู่ข้างใน ข้าจะพาพวกท่านเข้าไปเอง”
เวลาผ่านมาเนิ่นนานขนาดนี้แล้ว เขาคงจะไม่เอาเรื่องเธอแล้วกระมัง
ถึงแม้ว่าพวกซือหม่าหลินจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดซือหม่าโยวเย่ว์จึงต้องมารอพวกเขาอยู่ที่นี่ด้วย แต่ก็คาดเดากันไปว่าจะต้องมิใช่เรื่องดีอะไรอย่างแน่นอน
ผลปรากฏว่าหลังจากที่พวกเขาเข้าไปแล้วก็เห็นรอยฝ่ามือบนใบหน้าซ้ายขวาของซือหม่าไท่ ทั้งสองอดที่จะทำหน้าบูดบึ้งมิได้ หลังจากนั้นก็ถลึงตาใส่เธอทีหนึ่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์เป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆ เธอก็แค่พูดไปส่งๆ เท่านั้น คิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวหลินที่ปกติแล้วดูชาญฉลาด ทว่าครั้งนี้กลับกันอย่างสิ้นเชิง
“คารวะท่านประมุขตระกูล” ซือหม่าหลินพูดพลางทำความเคารพ
ซือหม่าไท่โบกมือแล้วเอ่ยว่า “โยวหลินได้เล่าสถานการณ์ปัจจุบันของตระกูลให้ข้าฟังแล้ว ตอนนี้เจ้าเป็นประมุขตระกูล ไม่ควรทำความเคารพข้าอีกแล้ว”
“มิได