ซือหม่าโยวหลินพรั่นพรึงกับการที่ผึ้งน้ำตาลทั้งฝูงหายวับไป แต่เขาก็มิได้ถามอะไร เพียงแค่พูดอย่างเรียบๆ ว่า “พวกเรากลับกันตอนนี้เลยหรือไม่”
“ไม่ล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกเรารอกันก่อน หลังจากนั้นค่อยกลับไปเสาะหาหญ้าจันทร์รำเพยและดอกกระบองเพชรอัสดง หวังว่าจะไม่ถูกสัตว์อสูรวิเศษเหล่านั้นกินเรียบไปเสียก่อน”
“เช่นนั้นหากพวกเรารอต่อไป สัตว์อสูรวิเศษเหล่านั้นก็น่าจะกลับไปกันหมดแล้วสินะ” ซือหม่าโยวหลินพูด
“อื้ม ใช่แล้ว”
พวกเขารออยู่บนภูเขาครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงขี่เจ้าวิหคน้อยไปยังหุบเขาแห่งนั้น
บนหุบเขายุ่งเหยิงไปหมด พงหญ้าถูกเหยียบย่ำจนแบนราบ ต้นไม้จำนวนไม่น้อยแตกหักกลางต้น ซึ่งเป็นผลจากการต่อสู้เมื่อครู่ทั้งสิ้น
ซือหม่าโยวเย่ว์เสาะหาอยู่ในหุบเขาครู่หนึ่ง ปรากฏว่าหาพบเพียงแค่หญ้าจันทร์รำเพยที่ขาดวิ่นต้นหนึ่ง กับดอกกระบองเพชรอัสดงดอกเดียวเท่านั้น เพียงแต่ตัวดอกได้ฉีกขาดไปเสียแล้ว พอร่วงหล่นลงบนพื้นก็ถูกสัตว์อสูรวิเศษเหยียบย่ำจนสลายกลายเป็นเศษโคลน
“น่าเสียดายนัก” เธอหยิบหญ้าจันทร์รำเพยที่แทบจะไม่เหลือชีวิตขึ้นมาแล้วพูดพลางทอดถอนใจ
“พวกเราขยายอาณาเขตการค้นหาไปอีก อาจยังพอหาพบได้บ้างนะ” ซือหม่าโยวหลินพูด
“ข้ารู้ว่าจะไปหาหญ้าที่ท่านต้องการได้จากที่ไหน” นางพญาผึ้งแดงถ่ายเสียงพูดออกมาในทันใด
“เจ้ารู้หรือ ที่ไหนเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ฝูงผึ้งของข้าไปเก็บน้ำผึ้งทั่วทุกหนแห่ง พวกเราย่อมรู้แน่นอ