ยบมาตลอด หลายสิบปีที่ผ่านมา ต้าฉีมีอัจฉริยะถือกำเนิดออกมามากมาย ทำให้วิถียุทธ์ก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่
ภายในจวนหลวงที่เมืองหลวง ฮ่องเต้ต้าฉีผู้ล่วงเข้าสู่วัยขั้นปลายชีวิตนั่งอยู่หน้าโต๊ะ เขาทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเหม่อลอย องค์ชายวัยหนุ่มพระองค์หนึ่งสาวเท้าเร็วไวมาถึงตรงหน้าเขาแล้วคำนับอย่างนอบน้อม
ฮ่องเต้ต้าฉีรั้งสายตากลับมามององค์ชายหนุ่ม “เหิงเอ๋อร์ พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของเจ้าไม่ธรรมดา เจ้ายินดีจะนำทัพออกศึกหรือไม่” ฉีเหิงได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว “เสด็จพ่อ ท่านปรารถนาจะให้ข้าเป็นแม่ทัพที่ตระเวนออกศึกทั่วใต้หล้าหรือ” ฮ่องเต้ต้าฉีตอบอย่างเนิบช้า “เรื่องนี้มีสิ่งใดไม่ดี เป็นโอรสสวรรค์อายุขัยมิอาจยืนยาวพ้นร้อยปี เป็นแม่ทัพ เป็นอ๋องผู้ครองรัฐกลับฝึกยุทธ์เพิ่มพูนอายุขัยได้ ด้วยพรสวรรค์ของเจ้าจะสำราญใจอยู่ถึงสองร้อยปีก็ไม่ใช่เรื่องยาก”
ฉีเหิงแย้งอย่างหัวแข็ง “แต่เสด็จพ่อ ท่านบอกเองมิใช่หรือว่าตำแหน่งผู้สืบทอดบัลลังก์จงไปแย่งชิงกันเอง ยามนี้ท่านกลับจะลำเอียงเข้าข้างพี่รองแล้วหรือ”
ฮ่องเต้ต้าฉีถอนหายใจ “กาลเวลามิเข้าข้างต้าฉี ราชวงศ์แห่งโชคชะตาบนแผ่นดินทำสงครามกันไม่หยุด บนมหาสมุทรมหันตภัยจากปีศาจก็กำลังโถมเข้ามาเป็นระลอก เหิงเอ๋อร์ ต้าฉีเดิมพันมิไหว” ฉีเหิงเงียบไป ฮ่องเต้ต้าฉีเอ่ยว่า “ข้าขอมอบกองทัพทมิฬให้เจ้าหนึ่งแสนนาย เจ้าจงนำกองทัพเดินทางไปยังตะวันตก ต่อสู้กับสัตว์ปีศาจ ช่วยเห