พิ่มพูนพลังยุทธ์ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“มิน่าเล่าถึงดึงดูดสัตว์อสูรวิเศษได้มากมายถึงเพียงนั้น”
“หลังจากผึ้งน้ำตาลวิวัฒน์ร่างกลายเป็นผึ้งแดงแล้ว พลังยุทธ์ก็จะแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยก็ต้องเป็นสัตว์อสูรเทพ หลังจากนั้นยังวิวัฒน์ร่างกลายเป็นสัตว์อสูรเหนือเทพ หรือสูงกว่านั้นได้อีก สัตว์อสูรวิเศษทั่วไปไม่มีทางเทียบเคียงได้เลย”
“เช่นนั้นพวกเราจะไม่เป็นอันตรายอย่างยิ่งเลยหรือ” ซือหม่าโยวหลินขมวดคิ้ว
“หลังจากที่มันวิวัฒน์ร่างสำเร็จแล้วจะมีระยะเวลาช่วงหนึ่งที่อ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง พวกเราจะต้องอาศัยจังหวะนั้นในการทำพันธสัญญากับมัน มิฉะนั้นก็จะไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่กังวลใจเลย
“ถ้าต้องทำพันธสัญญา ก็ต้องมีนักฝึกสัตว์อสูร! พวกเรามากันคราวนี้ก็ต้องมีนักฝึกสัตว์อสูรมาด้วยสิ” ซือหม่าโยวหลินไม่มองในแง่ดีเลย
ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มโดยไม่เอ่ยวาจา ทำให้ซือหม่าโยวหลินตกตะลึงไม่น้อย
“เจ้าเป็นนักฝึกสัตว์อสูรหรือ” เขามองเธออย่างตกตะลึง “มิน่าเล่า เจ้าจึงมีสัตว์อสูรเทพได้ถึงสามตน ถ้าหากมิใช่นักฝึกสัตว์อสูรแล้วจะมีฝีไม้ลายมือถึงเพียงนี้ได้อย่างไร”
ยิ่งได้สัมผัส เธอยิ่งทำให้เขาตกตะลึง การติดตามอยู่กับเธอทำให้เขามิอาจรักษาท่าทีสงบนิ่งได้อยู่เสมอ
พวกเขามาถึงหุบเขาที่อยู่กันเมื่อครู่อีกครั้ง สัตว์อสูรวิเศษเหล่านั้นยังคงรอคอยอยู่ที่เดิม
บนต้นไม้ต้นหนึ่งในหุบเขา ภายในรังผึ้งรังหนึ่งแผ่รัศมี