“ข้าเชื่อว่าเรื่องนั้นมิใช่ฝีมือของท่านพ่อเจ้าหรอก” ท่านบรรพชนพูด “แต่การจะทำให้คนในตระกูลเชื่อถือได้นั้นก็ยังต้องรักษาน้องเล็กให้หายก่อนอยู่ดี พวกเจ้าไปกันเลยดีกว่านะ”
“ขอรับ ท่านบรรพชน” ซือหม่าหลินประสานหมัดทำความเคารพแล้วนำพวกเขาทั้งกลุ่มจากมา
ในขณะที่พวกเขาไปถึงครึ่งทางเขานั้นเอง ก็ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรวิเศษ ตามมาด้วยเสียงร้องของเด็กคนหนึ่ง
ซือหม่าหลินและซือหม่าชิงได้ยินเสียงนี้ ใบหน้าก็ฉายแววจนใจ แล้วพาพวกเขาไปยังภูเขาอีกลูกที่อยู่ไกลออกไป
“หยุดนะ เจ้าต้องอยู่เล่นเป็นเพื่อนข้า!”
“อย่านะ เจ้าปล่อยข้าไปเถิด!”
“อย่านะ ข้าอยากเล่นกับเจ้า! เข้ามาให้ข้าขี่หน่อยสิ!”
“อย่านะ!”
“เจ้าหยุดเลยนะ…”
หนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์อสูรวิ่งไล่จับกันอยู่บนยอดเขา ตอนที่พวกซือหม่าโยวเย่ว์ไปถึงยอดเขาแห่งนั้น ก็เห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว
“ท่านปู่เล็ก ท่านเลอะเลือนอีกแล้วนะ” ซือหม่าหลินเหินกายขึ้นไปแล้วรั้งตัวซือหม่าจวิ้นที่กำลังวิ่งพล่านเอาไว้
เมื่อซือหม่าจวิ้นเห็นซือหม่าหลินจึงเอ่ยอย่างกระวนกระวายว่า “เจ้าปล่อยข้านะ ข้าจะไปจับสัตว์อสูร! ข้าอยากเล่นกับมัน!”
“ท่านปู่เล็ก วันนี้พวกเราจะไม่เล่นกับสัตว์อสูรกันหรอกนะ พวกเราไปเล่นอย่างอื่นกันดีหรือไม่” ซือหม่าหลินเกลี้ยกล่อม
“เจ้าจะพาข้าไปเล่นอะไรหรือ” ซือหม่าจวิ้นถามอย่างไม่เชื่อซือหม่าหลิน
“เออ…”
ซือหม่าหลินชะงักไป เล่นอะไร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน!
ซือหม