เมื่อได้ฟังคำพูดของซือหม่าโยวฉิง พวกเว่ยจือฉีที่อยู่ด้านหน้าจึงหันมามองทั้งสองคนกันหมด
ถ้าหากซือหม่าหลินอยากจะจับกุมตัวซือหม่าเลี่ย ย่อมต้องพูดเรื่องสัญญาเมื่อสามปีก่อนออกมาอย่างแน่นอน ชื่อซือหม่าโยวเย่ว์จะต้องมิใช่ความลับในตระกูลซือหม่าแล้ว
ถ้าหากผู้อื่นล่วงรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเธอตั้งแต่ตอนนี้ อาจทำให้เสียการใหญ่ก็ได้
ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เจ้าเรียกข้าว่าซีเหมินเย่ว์ก็พอแล้วล่ะ”
ซือหม่าโยวฉิงกะพริบตาแล้วเอ่ยว่า “ซีเหมิน แซ่นี้พบเห็นได้น้อยนัก”
ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังเข้ามาร่วมวงด้วยแล้วเอ่ยว่า “โยวฉิง เจ้าชอบเด็กมากถึงขนาดนี้ อย่าทำให้ผู้อื่นตกใจเสียล่ะ”
“โยวหยาง ข้าน่ารักถึงเพียงนี้ จะทำให้เด็กน้อยตกใจกลัวได้อย่างไรกัน!” ซือหม่าโยวฉิงถลึงตาใส่ซือหม่าโยวหยางอย่างไม่พอใจแล้วเอ่ยอย่างไม่สุขใจเอาเสียเลย
“ใช่ว่าข้าไม่เคยเห็นเจ้าทำเด็กตกใจกลัวจนร้องไห้เสียหน่อย” ซือหม่าโยวหยางพูด หลังจากนั้นจึงมองซือหม่าโยวเย่ว์พลางถามด้วยรอยยิ้มว่า “ฟังจากสำเนียงของพวกเจ้า คงมิใช่คนอันหยางกระมัง แล้วพวกเจ้าจะไปที่เมืองอันหยางทำไมหรือ”
“พวกเราจะไปตามหาคนน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ตอบ
ซือหม่าโยวหยางผู้นี้อายุยี่สิบกว่าปี แต่เพราะร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์นั้นแก่ชราช้ากว่าคนทั่วไป ดังนั้นจึงดูเหมือนอายุราวยี่สิบปีเท่านั้น ยามเขายิ้มขึ้นช่างสดใสราวกับแสงตะวัน เหมือนเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
“อ้อ… พวกเจ้าต้องการหา…”
ในขณะนี้เ