กัน” น่าหลานเจี๋ยถาม
“จะทำอะไรได้เล่า ก็ไปพบสหายน่ะสิ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจาเรื่อยเปื่อย
“ไม่ต้องมาบอกว่าไปหาพวกเขาเลย เมื่อวานพวกเขาอยู่ในโรงเตี๊ยมกันทั้งวัน” น่าหลานเจี๋ยถลึงตาใส่ซือหม่าโยวเย่ว์
“เอ้อ…”
อีกฝ่ายไม่ให้เวลาเธอตอบแล้วถามต่อไปว่า “พวกเจ้าเพิ่งมาถึงอาณาจักรอู๋กลางและไม่มีคนรู้จัก แล้วพวกเจ้าไปหาใครกัน”
“พวกเราจะไปหาใคร จำเป็นต้องรายงานเจ้าด้วยหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามกลับ
“ไม่จำเป็นหรอก แต่ถ้าหากเจ้าไม่ยอมพูดออกมา นั่นก็หมายความว่าเจ้าจงใจไปยังนอกเมืองแล้วอาศัยจังหวะเหมาะสังหารคนของตระกูลน่าหลานเราน่ะสิ!”
“ใครบอกว่าเขาไม่รู้จักใคร? เมื่อวานพวกเย่ว์เย่ว์ออกไปหาพวกเราอย่างไรล่ะ!” ซือหม่าโยวฉิงที่ดูอยู่ข้างๆ มาโดยตลอดพูดออกมาในทันใด
“แล้วพวกเจ้าเป็นใครกัน” น่าหลานเจี๋ยเบนสายตาไปทางตระกูลซือหม่า พอเห็นบุรุษที่ยืนอยู่หลังฝูงชนอย่างสงบแล้วจึงเอ่ยว่า “ซือหม่าโยวหลินหรือ”
ตั้งแต่เข้ามา ซือหม่าโยวหลินก็ยืนอยู่ด้านหลังคนของตระกูลซือหม่าโดยมิได้พูดอะไรเลย พวกซือหม่าโยวเย่ว์เองก็ยังมิได้สังเกตเห็นเขาเลย แม้กระทั่งน่าหลานเจี๋ยที่เข้ามาได้สักพักหนึ่งแล้วก็ยังมิทันได้สังเกตว่าเขามีตัวตนอยู่ด้วย
ซือหม่าโยวเย่ว์มองซือหม่าโยวหลิน เจ้าคนผู้นี้ช่างรู้จักเก็บงำกลิ่นอายได้ดีเสียจริง ลดสัมผัสต่อการมีตัวตนของตัวเอง ให้ความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับสิ่งรอบตัว
“ความสามารถในการเก็บงำกลิ่นอา