ิจารณ์รอบตัว เธอจึงเดินหน้าขึ้นมาก้าวหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ข้าคือซีเหมินเย่ว์”
“เจ้าเองหรือ ซีเหมินเย่ว์” ทหารรับใช้ข้างกายน่าหลานเจี๋ยมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างสงสัย เป็นไปได้อย่างไรที่คนพรรค์นี้จะสังหารผู้อาวุโสแห่งตระกูลน่าหลาน
“ใช่แล้ว มีเรื่องอันใดหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองสายตาอึมครึมของน่าหลานเจี๋ยแล้วอึดอัดยิ่งนัก จึงไม่ได้แสดงสีหน้าที่ดีให้อีกฝ่ายสักเท่าไร“เจ้าสังหารคนของตระกูลน่าหลานเราแล้วยังกล้ามาถามพวกเราว่ามีเรื่องอันใดอีกอย่างนั้นหรือ! ยังไม่รู้จักฆ่าตัวตายชดใช้ความผิดอีก!” อีกฝ่ายไม่พอใจกับการแสดงออกของซือหม่าโยวเย่ว์มาก จึงตวาดเสียงดังลั่น
“เจ้าโง่งมไปแล้วหรือไร” ซือหม่าโยวเย่ว์มองคนผู้นั้นอย่างดูแคลน “เจ้าเป็นใครข้ายังไม่รู้เลย แล้วข้าจะไปสังหารคนตระกูลน่าหลานของพวกเจ้าได้อย่างไรกัน”
“ยังไม่ยอมรับอีกหรือ มีคนเห็นว่าพวกเขาตามพวกเจ้าออกไปนอกเมืองน่ะสิ”
“อ้อ ผู้ที่เจ้าพูดถึงคือบุรุษลามกสองคนที่คิดจะจับตัวภรรยากับน้องชายข้าไปสินะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้ตกใจกลัวคนของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อยแล้วเอ่ยว่า “ตามพวกเราออกไปนอกเมืองแล้วบอกอะไรได้เล่า พวกเขาอยากชิงตัวภรรยาข้า ไม่แน่ว่าพอออกจากเมืองไปแล้วอาจถูกใครฆ่าทิ้งเสียก็ได้นี่!”
“หากพวกเขาไม่เคยมีความแค้นกับใคร แล้วจะถูกผู้อื่นฆ่าทิ้งได้อย่างไรกัน! ทั้งพลังยุทธ์อย่างพวกเราฆ่าพวกเขามิได้หรอก!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“พวกเจ้าออกไปนอกเมืองทำไม