ีวิตอยู่มาจนแก่หง่อมเท่าเจ้าแล้วเพิ่งจะเลื่อนไปถึงระดับจ้าววิญญาณ พรสวรรค์ของเจ้าคงจะไม่ดีสินะ คงจะผลาญยาทิพย์วิญญาณไปไม่น้อยถึงจะเติบโตขึ้นมาได้”
วาจาของซือหม่าโยวเย่ว์ทำเอาตาเฒ่าลามกเดือดดาลจนแทบกระอักเลือด เขาพูดว่า “เดิมทีคิดจะให้เจ้าได้ตายอย่างเป็นสุข แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนความคิดแล้ว ข้าจะค่อยๆ ทรมานเจ้าจนตาย!”
“คุณชายเช่นข้าเป็นผู้ที่เจ้านึกอยากจะทรมานก็ทรมานได้หรืออย่างไร” ซือหม่าโยวเย่ว์มองตาเฒ่าลามกแล้วเอ่ยว่า “เจ้าอยากสังหารข้า ข้าก็อยากสังหารเจ้าเหมือนกันแหละ! บังอาจมีความคิดชั่วช้าต่อเสี่ยวถูของข้า ทั้งยังคิดจะจับตัวกลับไปอีก ตอนนี้ยังคิดจะสังหารพวกเราด้วย ดูท่าทางวันนี้หากไม่เอาชีวิตเจ้าก็คงจะไม่ได้แล้ว!”
“ฮ่าๆๆๆ…” ตาเฒ่าลามกเงยหน้าหัวเราะลั่นคล้ายกับได้ฟังเรื่องตลก น่าขำสิ้นดี เขามองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วเอ่ยว่า “บรรพวิญญาณตัวเล็กๆ คนหนึ่งอย่างเจ้าก็คิดจะสังหารข้าอย่างนั้นหรือ”
“ใครบอกว่าข้าจะลงมือเองเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์แสดงสีหน้าว่าเจ้าช่างโง่นักแล้วพูดว่า “เชียนอิน ข้ายกตาแก่หนังเหนียวนี่ให้เจ้าแล้วกัน เจ้าฆ่าเขาเลยก็พอ”
ตาเฒ่าลามกกำลังอยากจะหัวเราะที่เขาพูดจาใหญ่โตอย่างหน้าไม่อาย วาจายังไม่ทันออกจากปากก็เห็นหมาป่าตัวหนึ่งปรากฏขึ้นที่ข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์
“สัตว์อสูรเทพ!” ตาเฒ่าลามกหรี่ตา เมื่อเห็นระดับขั้นของเชียนอินจึงเอ่ยว่า “สัตว์อสูรวิเศษขั้นห้า พลังยุทธ์แค่พอถูไถก