อยากไปเมื่อใดก็ย่อมได้ทั้งสิ้น” เหยากวงตอบพร้อมรอยยิ้ม
“วันนี้ค่ำแล้ว พวกเราค่อยไปกันพรุ่งนี้ดีกว่านะ เจ้าไก่ฟ้า เจ้าว่าอย่างไรเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“แล้วแต่เจ้าเลย” เจ้าไก่ฟ้าเอ่ยเพียงสั้นๆ แล้วไม่พูดอะไรอีก
“วางท่าเย็นชานัก!” ซือหม่าโยวเย่ว์พึมพำในใจประโยคหนึ่งจากนั้นจึงพูดกับเหยากวงว่า “เช่นนั้นก็รบกวนแม่นางเหยากวงช่วยทูลฝ่าบาทแทนพวกเราหน่อยนะ”
“ใต้เท้าเกรงใจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” เหยากวงพูด “วันนี้ข้าน้อยจะไปทูลรายงานฝ่าบาทให้ทรงทราบเองเจ้าค่ะ”
นับว่านางมองออกแล้วว่าถึงแม้เจ้าไก่ฟ้าจะมิใช่สัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของพวกเขา แต่กลับเชื่อฟังคำของซือหม่าโยวเย่ว์ ดังนั้นแม้โยวเย่ว์จะดูมีพลังยุทธ์ไม่แข็งแกร่งนัก แต่กลับเป็นผู้ที่มิอาจล่วงเกินได้มากที่สุด
เหยากวงจัดการที่พักให้กับพวกเขา ทั้งยังจัดหานางกำนัลกลุ่มหนึ่งให้คอยรับใช้พวกเขา จากนั้นจึงจากไป
พวกซือหม่าโยวเย่ว์แยกย้ายกันไปบำเพ็ญในห้อง แม้กระทั่งเสี่ยวถูก็ยังบำเพ็ญด้วยเช่นกัน
เป่ยกงถังกลัวว่าเสี่ยวถูจะถูกผู้อื่นรบกวน จึงบำเพ็ญพร้อมกันกับเขาด้วย ถ้าหากมีเรื่องอันใด นางก็ยังปกป้องเขาได้
ถึงแม้ว่าจักรพรรดิจันทร์ประจิมผู้นี้ยังดูรักษามารยาทกับพวกเขาอยู่บ้าง แต่ผู้ใดเล่าจะบอกสถานการณ์แท้จริงได้อย่างแน่ชัด
ผ่านไปค่อนคืน คนที่กำลังบำเพ็ญอยู่ก็ค่อยๆ ถอนตัวออกจากสภาวะการบำเพ็ญแล้วมองออกไปด้านนอก
“อยู่ดีไม่ว่าดีจริงๆ!” ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะ