เย็นชาก่อนจะเปิดประตูออกไป
จ้าววิญญาณหกคนเพิ่งมาถึงท้องฟ้าเบื้องบนเหนือลานบ้าน ก็เห็นพวกซือหม่าโยวเย่ว์ออกมา ไม่รู้สึกตกใจกับการมาถึงของพวกเขาเลย
“จ้าววิญญาณหกคนอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เลิกคิ้วมองพวกเขาแล้วเอ่ยว่า “มากันอย่างยิ่งใหญ่เสียจริง!”
“เจ้าคงเป็นซือหม่าโยวเย่ว์สินะ” จ้าววิญญาณคนหนึ่งมองเธอพลางเอ่ยถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์พิงอยู่กับประตูโดยมิได้ตื่นตระหนก เธอยิ้มแล้วถามว่า “พวกเจ้าถ่อกันมาถึงที่นี่ ยังจะต้องถามอีกหรือ”
แววเย้ยหยันในน้ำเสียงทำให้จ้าววิญญาณเหล่านั้นเพลิงโทสะลุกโชน
“ดูท่าทางคงเป็นพวกเจ้านี่แหละ!” จ้าววิญญาณคนที่ถามก่อนหน้านี้พูดขึ้น “พวกเจ้าจะจบชีวิตตัวเอง หรือจะให้พวกเราช่วยสงเคราะห์พวกเจ้าดีเล่า”
นอกจากเจ้าไก่ฟ้าแล้ว เหล่าจ้าววิญญาณสัมผัสได้ว่าพลังยุทธ์ของพวกเขาล้วนมิได้แข็งแกร่งมากนัก ไม่รู้ว่าเหตุใดพระชายาโม่จึงต้องให้พวกเขาเหล่าจ้าววิญญาณมาออกโรงพร้อมกันมากมายถึงเพียงนี้ด้วย
และพวกเขาที่เพิ่งออกจากการปลีกวิเวกมาหมาดๆ ย่อมไม่มีเวลาได้ฟังข่าวลือภายนอกอยู่แล้ว จึงไม่รู้ว่ามีพี่น้องจ้าววิญญาณสองคนที่ถูกสังหารด้วยน้ำมือของพวกเจ้าไก่ฟ้าไปแล้ว
ถ้าหากรู้เข้า เกรงว่าต่อให้ต้องละทิ้งของกำนัลที่พระชายาโม่มอบให้พวกเขาตลอดหลายปีมานี้จนหมด ก็ไม่มีทางเลือกเดินบนเส้นทางในคืนนี้หรอก
“ข้าเดาว่าพวกเจ้าคือคนที่ฉินโม่ส่งมากระมัง พระชายาท่านนี้ช่างต้องใจพวกเราเสียจริงนะ!” เว่ย