จือฉีพูด
ถ้าหากเป็นจักรพรรดิจันทร์ประจิม เขาย่อมลงมือได้ตั้งแต่ตอนที่พวกตนมาถึงเมืองหลวงแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอถึงตอนนี้จึงค่อยส่งคนมา
ใช้คนเหล่านี้เป็นไม้แคะฟันให้เจ้าไก่ฟ้ายังไม่พอเลย!
เห็นได้ชัดว่าพระชายาที่ไม่รู้สถานการณ์ชัดเจนผู้นั้นส่งเนื้อมาเข้าปากเสือโดยแท้!
แต่พวกเขาจะได้ใช้เรื่องนี้มาสืบสวนกับจักรพรรดิจันทร์ประจิมพอดี
เมื่อมีความคิดเช่นนี้ ซือหม่าโยวเย่ว์จึงมิได้ให้เจ้าไก่ฟ้าลงมือในทันที แต่ให้เขาไม่เคลื่อนไหวชั่วคราวก่อน
“พี่ใหญ่ ท่านลงมือเลยดีกว่า พระชายาโม่ถึงกับให้คนเรียกพวกเรามากันหมดเพียงเพื่อมดปลวกไม่กี่ตัวเช่นนี้ ช่างราวกับขี่ช้างจับตั๊กแตนเสียจริง!” จ้าววิญญาณผู้หนึ่งพูดอย่างไม่พอใจ
“นั่นน่ะสิ มัวแต่พูดคุยกับเด็กไม่กี่คนนี่ สู้กลับไปฝึกยุทธ์กันดีกว่า ระยะนี้ข้าสัมผัสวี่แววของการเลื่อนระดับได้บ้างแล้วด้วย” จ้าววิญญาณอีกคนหนึ่งพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองคนกลางเวหาเหล่านั้นด้วยสายตายิ้มเยาะแล้วเอ่ยว่า “พระชายาโม่ผู้นั้นของพวกเจ้าคงมิได้บอกพวกเจ้าเรื่องที่จ้าววิญญาณแซ่หลิ่วและแซ่หูตายกันหมดแล้วสินะ”
“พูดอะไรของเจ้าน่ะ” เมื่อได้ฟังข่าวนี้ จ้าววิญญาณหลายคนก็รู้สึกได้ด้วยสัญชาตญาณว่าซือหม่าโยวเย่ว์กำลังประวิงเวลาอยู่
“นอกจากนี้นางคงยังมิได้บอกพวกเจ้าด้วยสินะ ว่ากลุ่มทหารรับจ้างโอหังถูกคนล้างบางไปเรียบร้อยแล้ว จ้าววิญญาณสองคนนั้นก็ถูกสังหารในตอนนั้นนั่นแหละ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอ