ฉินหมิงนำคนของกลุ่มโอหังมาล้อมกลุ่มทหารรับจ้างนกนางนวลไว้อย่างแน่นหนาจนแม้แต่น้ำยังมิอาจเล็ดลอดออกไปได้ ส่วนไป๋อวิ๋นฉีก็นำคนของกลุ่มนกนางนวลพุ่งออกมาจากด้านใน เมื่อเห็นพวกฉินหมิง สีหน้าของทุกคนก็มิสู้ดีนัก
“หยางเฉิง เจ้าคนทรยศ!” เมื่อไป๋อวิ๋นฉีเห็นหยางเฉิงที่อยู่ข้างกายฉินหมิงแล้วก็ก่นด่าเสียงดังลั่น
หยางเฉิงหัวเราะเย็นชาแล้วเอ่ยว่า “ทรยศหรือ ข้ามิใช่คนทรยศเสียหน่อย! ข้าก็แค่รู้จักรักษาตัวรอดเท่านั้นเอง”
“เจ้ายังมีหน้ามาบอกว่าเจ้ามิใช่คนทรยศอีกอย่างนั้นหรือ เจ้ามิใช่คนบอกพวกฉินหมิงเรื่องที่พวกเราสังหารฉินอู่หรืออย่างไร” หลี่ขุยพูดอย่างโกรธแค้น
“เจ้าผิดแล้วล่ะ!” หยางเฉิงพูด “ข้ามิได้บอกพวกเขาโดยตรงเสียหน่อย แต่ตอนที่คนที่เอาเงินให้ข้าถาม ข้าก็แค่บอกคนผู้นั้นเท่านั้นเอง ใครจะไปคิดว่านั่นจะเป็นคนของพระชายาได้เล่า!”
“ถึงอย่างไรก็เหมือนกันอยู่ดีนั่นแหละ!” คนระดับผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งพูดขึ้น
ฉินหว่านมองดูไป๋อวิ๋นฉีที่โกรธกระฟัดกระเฟียดแล้วก็หัวเราะอย่างลำพองใจก่อนจะเอ่ยว่า “ไป๋อวิ๋นฉี วันนี้เจ้าเป็นอะไรไปหรือ ก่อนหน้านี้มิได้ป่าวร้องอยู่ตลอดว่าจะให้ท่านพ่อเจ้าพาคนไปล้างบางกลุ่มทหารรับจ้างโอหังของพวกเราอยู่ตลอดหรอกหรือ เหตุใดวันนี้จึงไม่ร้องเสียแล้วเล่า”
“ได้ยินสุนัขเห่า ข้าย่อมต้องทำตัวเป็นมนุษย์อยู่แล้วสิ!” ไป๋อวิ๋นฉีพูดอย่างดูแคลน
“อะไรนะ! เจ้าด่าข้าเป็นสุนัขหรือ!” ฉินหว่านชี้ไป๋อวิ๋นฉีพ