ลางเอ่ยตะคอก
ไป๋อวิ๋นฉียักไหล่แล้วพูดว่า “ในเมื่อเจ้าชอบเชื่อมโยงมากถึงเพียงนี้ เช่นนั้นจะนับว่าเป็นเจ้าก็ได้นะ!”
“เจ้า…”
“หว่านเอ๋อร์!” ฉินหมิงเรียกฉินหว่านที่พุ่งตัวเข้าไปอย่างโมโหเอาไว้ หลังจากนั้นจึงพูดกับคนของกลุ่มนกนางนวลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามว่า “ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย หากตอนนี้พวกเจ้ายอมสวามิภักดิ์กับพวกเรากลุ่มโอหังแล้วพวกเราก็จะไม่สังหาร มิฉะนั้นก็จะฆ่าอย่างไร้เมตตา! ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าใคร่ครวญสิบห้านาที”
ในขณะนี้เอง ซีเย่ว์ซีก็นำจ้าววิญญาณสองคนเหินทะยานมาหยุดลงกลางอากาศ มองดูผู้คนเบื้องล่างโดยไม่เอ่ยวาจา
เมื่อเห็นว่าผู้แข็งแกร่งระดับจ้าววิญญาณมากันหมดแล้ว และเมื่อนึกถึงว่าทางฝ่ายพวกเขาในตอนนี้แม้กระทั่งจ้าววิญญาณคนเดียวก็ยังไม่มี คนจำนวนไม่น้อยจึงเริ่มหวั่นไหวกันบ้างแล้ว
“ถ้าหากอยากจะจากไป ข้าก็ยังขอย้ำคำเดิม ข้าจะไม่ตำหนิพวกเจ้า แต่ถ้าหากพวกเราโชคดีรอดจากหายนะในวันนี้ไปได้ ในภายหน้าพวกเจ้าจะไม่มีทางได้เป็นคนของกลุ่มนกนางนวลอีกตลอดกาล!”
ซุนหรานหร่านพาพวกซือหม่าโยวเย่ว์ออกมาจากประตูใหญ่ด้านในพลางพูดกับผู้คนที่หวั่นไหวเหล่านั้น
“ฮูหยิน!” คนระดับอาวุโสจำนวนไม่น้อยเห็นซุนหรานหร่านพูดเช่นนี้จึงร้องขึ้นอย่างตกใจ
“ฮูหยิน เดิมทีกำลังของพวกเราก็อ่อนแอกันอยู่แล้ว ถ้าหากคนอีกกลุ่มหนึ่งจากไปอีกล่ะก็…”
ซุนหรานหร่านยกมือขึ้นตัดตอนคำพูดของพวกเขาแล้วเหลือบตามองผู้คนที่ลังเลอยู