พยายามสอบให้ได้ฐานะบัณฑิต พี่สาวและน้องสาวของเขาเรียนเย็บปักอยู่ในห้องเรื่อยมา มีแต่เขาที่เอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ หยางโจวบ่นด่าไประหว่างเดินกลับเรือน แต่หลังจากนั้นอย่างรวดเร็วเขาก็เริ่มคร่ำครวญว่าไม่มีเงินอีกแล้ว
ปึก! จู่ๆ เขาก็ชนเข้ากับคนผูหนึ่ง ชนจนเขาต้องเซไปข้างหลังสองก้าว เมื่อช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่ายก็ด่าทอด้วยความโมโหว่า “ไม่มีตาหรือไร…” เขายังไม่ทันพูดจบก็ต้องตกตะลึง เพราะอีกฝ่ายหน้าตาหล่อเหลานัก แม้จะเป็นชายเขาก็ยังต้องตกตะลึง โดยเฉพาะราศีของอีกฝ่าย เขาไม่เคยเห็นคนที่มีสง่าราศีเช่นนี้มาก่อน เป็นเจียงฉางเซิงนั่นเอง
เจียงฉางเซิงกล่าวว่า “มีตา มีสองข้างด้วย ข้าก็หยุดเดินแล้ว แต่เจ้ากลับมาชนข้า เจ้าว่าเป็นผู้ใดไม่มีตากันแน่” หยางโจวยิ้มขัดเขิน แล้วประสานฝ่ามือกับหมัดนับเป็นการขอขมา ก่อนเดินอ้อมตัวเจียงฉางเซิงไป เจียงฉางเซิงเรียกเขาไว้ทันใด บอกว่า “เจ้าอยากเรียนวิชายุทธ์หรือไม่”
หยางโจวหยุดเดินแล้วหันหน้าไปหาเขา บอกว่า “ต้องอยากอยู่แล้ว เจ้าจะสอนข้าหรือ” “ใช่แล้ว ข้าจะสอนเจ้า” เจียงฉางเซิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มและพินิจมองหยางโจวอย่างถี่ถ้วน
หลายวันก่อนเขาใช้แต้มเซ่นไหว้พยากรณ์เพื่อหาผู้มีพรสวรรค์ด้านยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปชีพจรมังกร ซึ่งก็คือหยางโจวผู้นี้นี่เอง ประจวบเหมาะกับที่หยางโจวยังไม่เคยฝากตัวเป็นศิษย์กับผู้ใดและยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ด้วย หยางโจวถามด้วยความระแวงว่า “จะให้ข้าฝึกย