จากนั้นคนผู้นั้นก็เสนอราคาอีกหลายครั้ง ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ตามไปทีละพันสองพันทุกครั้ง ทำให้คนผู้นั้นจนใจเป็นอย่างยิ่ง
ในที่สุดคนผู้นั้นจึงกัดฟันตะโกนว่าหนึ่งแสน ซึ่งซือหม่าโยวเย่ว์ก็ยังคงตามติดไป ทำให้คนผู้นั้นจนใจอย่างที่สุด
“เอาล่ะ เจ้าชนะแล้ว” คนผู้นั้นพูดอย่างชิงชัง “ข้าไม่ตามแล้ว”
ทุกคนต่างเข้าใจว่าเธอกำลังล้อเล่น มีเพียงแค่ตัวเธอเองเท่านั้นที่รู้ว่าตนทำไปด้วยความจริงจัง
สำหรับที่ว่าเพราะเหตุใดจึงเพิ่มแค่ทีละพันสองพันเท่านั้น เธอคงมิอาจพูดได้ว่าเพราะตนเสียดายเงิน ไม่อยากสิ้นเปลืองเงินมากเกินไป
ถ้าหากคนผู้นั้นล่วงรู้ คงต้องหดหู่ใจตายแน่ มีคนตลบตะแลงถึงเพียงนี้อยู่ด้วยหรือ
เพียงไม่นานสาวใช้ก็ถือลูกปัดแก้วผลึกเข้ามา ซือหม่าโยวเย่ว์จ่ายไปหนึ่งแสนสองก็ได้ของสิ่งนี้มาไว้ในมือแล้ว
“ก็ไม่ได้แพงเหมือนที่คิดเอาไว้นี่นา แล้วลูกปัดนี้ยังงดงามอย่างยิ่งอีกด้วย” เธอหยิบลูกปัดแก้วผลึกมาถือเล่นในมือพลางพูดยิ้มๆ
ราคานี้ถูกกว่าที่เธอคาดการณ์เอาไว้มาก คิดดูแล้วน่าจะเป็นเพราะสิ่งของในช่วงหลังเหล่านั้นล้ำค่ากว่าเป็นเหตุ ทุกคนจึงอยากเก็บเงินเอาไว้ภายหลัง ไม่อยากจะจ่ายเงินออกไปก่อน ทำให้เธอประมูลได้มาในราคาถูกเปล่าๆ
เธอยังไม่ทันได้ดูลูกปัดแก้วผลึกนี้โดยละเอียด ด้านล่างก็เริ่มต้นประมูลยาวิเศษน้ำแข็งยะเยือกของเธอกันแล้ว
จวินหลานหยิบยาวิเศษน้ำแข็งยะเยือกมาแล้วพูดว่า “เชื่อว่ายาวิเศษน้ำแข็งยะเยือกคงจะมิใช่ส