“เจ้า…” หากซีเย่ว์ซียังฟังไม่ออกอีกว่าซือหม่าโยวเย่ว์เจตนา เช่นนั้นก็เป็นคนโง่งมแล้ว
“องค์หญิงอย่าทรงโมโหไปเลย งานประมูลนี้ทุกคนเสนอราคาได้อย่างอิสระ ท่านเสนอราคาได้ ข้าก็ต้องทำได้เช่นเดียวกัน คุณหนูจวินหลาน ข้าพูดได้ถูกต้องหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์โยนคำถามไปให้จวินหลาน
“ย่อมได้อยู่แล้ว” จวินหลานพูดยิ้มๆ อย่างไม่หวั่นเกรงเชื้อพระวงศ์จันทร์ประจิมเลย
“ถึงอย่างไรที่วันนี้ข้ามาก็เพียงเพื่อดูความคึกคักเท่านั้น เคล็ดวิชาและยาวิเศษอะไรเหล่านั้นมิได้ดึงดูดความสนใจของข้าเลยสักนิด ถ้าหากองค์หญิงทรงอยากเล่นสนุก ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะเล่นเป็นเพื่อนหรอกนะ เพียงแต่ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะหยุดเมื่อไหร่”
ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างตรงไปตรงมา ข้ากำลังแกล้งเจ้าเล่น รอให้ถึงตอนที่เจ้าเสนอราคาแล้วข้าไม่เสนอ ก็มาดูกันว่าพอถึงตอนนั้นแล้วเจ้าจะยังมีเงินมาประมูลสิ่งของเหล่านั้นแข่งกับผู้อื่นอยู่หรือไม่
ซีเย่ว์ซีถูกยั่วโมโหเสียจนควันแทบออกหูแล้ว แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาเช่นนี้กับนางมาก่อนเลย แต่อีกฝ่ายมีสถานะไม่ธรรมดา และที่สำคัญที่สุดก็คือไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเขาเลย ถ้าหากเล่นกับอีกฝ่ายเฉยๆ ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าหากเสียโอกาสในการแย่งชิงยาวิเศษร้อยโคจรไปเพราะเหตุนี้ นางคงนึกเสียใจไปจนตายแน่
ชายชราที่อยู่กับนางก็ส่ายหน้าให้นางเป็นเชิงว่าอย่าทะเลาะกับอีกฝ่ายจนสูญสิ้นสติปัญญาไป
จวินหลานเห็นซีเย่ว์ซีไม่เ